ก้อง คอฟฟี่ – ความคิดที่กึกก้องภายใต้มุมมองที่สุดขั้ว
Rate this post

เชื่อว่าแทบจะทุกคนคงต้องชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจบางคนดื่มทุกวันเป็นมื้อเช้าเลยก็มีถ้าพูดถึงกาแฟหอม ๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาถึงเมืองนอกเมืองนาเพราะในประเทศไทยเราก็มีกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่ให้รสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นไม่แพ้ใครเหมือนกันและผู้ที่บุกเบิกความหอมกรุ่นนี้ให้เราได้ลิ้มรสกันง่าย ๆ ในราคาที่สบายมากขึ้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก คุณก้อง สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ เจ้าของแบรนด์ “ก้อง คอฟฟี่” ที่หลายคนรู้จักกันดีชายธรรมดา ๆ ผู้นี้มีอะไร ๆ หลายอย่างในตัวเขาที่ไม่เหมือนใครและเป็นแรงบันดาลใจที่เยี่ยมยอดให้กับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีมาดูกันว่าเขาเจ๋งอย่างไร

ฝัน-คิด-วางแผนและลงมือทำ

หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่า คุณก้อง สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ ชายร่างเล็กผู้นี้เขาคืออดีต “ฮิปปี้” ตัวพ่อชายผู้นี้เป็นคน ๆ หนึ่งที่ต้องบอกว่าใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามาก ๆ มีความโลดโผนในชีวิตไม่น้อยเห็นโลกมาก็มากจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ใครก็ไม่อาจคิดถึงว่าอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขากล้าก้าวขาออกจากประเทศไทยเพื่อไปเรียนรู้ชีวิตแบบคนพเนจรนั่นก็คือ “หนังสือ” ด้วยความที่เป็นคนรักการอ่านโลกในตำราจึงนำพาเขาให้ก้าวออกไปเห็นโลกที่แปลกใหม่ในต่างประเทศไม่ได้ไปอย่างนักท่องเที่ยวทั่วไปแต่เขาไปแบบคนพเนจรจริง ๆ ล่องไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่นการเห็นโลกในหลาย ๆ มุมมองทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้นแต่โลกยิ่งกว้างใหญ่ยิ่งทำให้เขาค้นใจตัวเองไม่เจอเขาตัดสินใจกลับบ้านมาทีประเทศไทยในสภาพที่ห้วงคำนึงก็ยังเคว้งคว้างไม่มีจุดหมายอะไรแน่นอนในชีวิตใช้ชีวิตนอกกรอบไปเรื่อย ๆ แบบ “ฮิปปี้” มีเพื่อนชาวต่างชาติมากมายใช้ชีวิตแบบโลดโผนไปเรื่อยเปื่อยการอยู่นอกกรอบมาเสียนานทำให้เขาตามหาใจตัวเองไม่เจอสักทีความสุขแบบที่เขาคิดว่ามันใช่ ณ ห่วงเวลาหนึ่งที่มันเต็มอิ่มมันก็เกิดสะกิดคำถามง่าย ๆ แต่หาคำตอบไม่ได้ว่า “เรากำลังทำอะไรอยู่” ก็เลยกลับบ้านและสุดท้ายเขาก็พบว่าที่เขาออกตามหาคำตอบของชีวิตไปในหลาย ๆ เมืองทั่วโลกแทบจะไม่มีประโยชน์เลยเพราะในที่สุดแล้วเขาก็มาพบคำตอบของชีวิตที่ทำให้เขาเริ่มฝันคิดวางแผนและลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย 

“ฝัน” เมื่อใช้ชีวิตตามหาความฝันทำให้ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นจึงทำให้เขาเริ่ม คิด” เมื่อเริ่มคิดจึงเริ่มเกิดคำถามที่ต้องหาคำตอบและเมื่อค้นหาคำตอบได้แล้วจึงทำให้รู้จัก “วางแผน” เมื่อวางแผนได้แล้วเขาจึงนำสิ่งที่ได้มาทั้งหมดหลอมรวมและ “ลงมือทำ”

บัดนี้เขาจึงกลายเป็นผู้ผลักดันให้กาแฟพันธุ์โรบัสต้าของจังหวัดระนองให้มีคุณภาพทัดเทียมสากลและกลายเป็นที่รู้จักของคอกาแฟไปทั่วโลกทำให้เกษตรกรชาวไร่กาแฟมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นไปกว่าเดิมหลังจากได้คำแนะนำแรงผลักดันบางอย่างจากครอบครัวคุณก้องก็ได้วางเป้าหมายให้กับชีวิตจนก่อให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โฮมสเตย์โฮมอินเตอร์ภายใต้ชื่อ “ก้อง วัลเลย์” ที่จังหวัดระนองและต่อมาก็ได้มีการก้าวเข้าไปสู่ธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์และผลิตผลทางการเกษตรจากกาแฟอันเป็นที่มาของแบรนด์ “ก้อง คอฟฟี่” ที่เรารู้จักกัน

ซึ่งช่วงแรก ๆ ที่ธุรกิจกาแฟยังไม่ลงตัวนักคุณก้องก็ประคับประคองความฝันเดิมคือ “ก้อง วัลเลย์” ที่ตอนนั้นถือว่าอยู่ตัวแล้วและความฝันใหม่คือ “ก้อง คอฟฟี่” ไปพร้อม ๆ กันแต่พอสักพักหนึ่งก็คิดว่าจะลงมาลุยกับความฝันใหม่อย่างเต็มตัวจะดีกว่าและขณะที่กำลังคิดที่จะหยุดและวางมือกับกิจการแรกอยู่นั้นก็มีรุ่นน้องที่สนิทกันเข้ามาพบคุณก้องพอดีคนทั้งคู่กันคุยกันไปรื่อยเปื่อยจนคุณก้องเห็นว่าน้องคนนี้ยังไม่มีเป้าหมายอะไรในชีวิตที่เป็นชิ้นเป็นอันจึงจึงถามไปง่าย ๆ ว่า “มีฝันอะไรหรือไม่ ?” รุ่นน้องก็บอกว่าอยากมีกิจการเป็นของตนเองเหมือนกันคุณก้องก็เห็นว่าพอดีกับที่ตัวเองจะวางมือกับธุรกิจแรกพอดีจึงยกกิจการโฮมสเตย์นั้นให้น้องคนนี้ดูแลซึ่งก็ไม่ต้องทำอะไรมากหลัก ๆ ก็นั่งรับเงินอย่างเดียว

เรียนรู้จากความผิดพลาด

แม้ว่าความฝันเป็นสิ่งที่ดีแต่ใช่ว่าการทำตามความฝันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนหากความฝันนั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการหล่อหลอมจากประสบการณ์ที่เคี่ยวกรำของคน ๆ นั้นเองจากการอ่านการฟังการพูดคุยและการสัมผัสด้วยตัวเองความฝันนั้นก็จะเป็นฝันที่แห้งแล้งเป็นเพียงโลกในอุดมคติเท่านั้น

เพราะระบบบริหารเงียบเหงาสภาพที่พักโทรมเหมือนไม่มีใครดูแลขวดเหล้ากระป๋องเบียร์วางระเกะระกะกระจายไปทั่วขยะกองพะเนินคุณก้องไม่พูดอะไรก็ได้แต่เงียบ ๆ นั่งรอคนดูแลบ้านอยู่ในครัวสักพักรุ่นน้องคนนั้นที่คุณก้องฝากฝังให้ดูแลบ้านให้ก็โผล่ออกมาเมื่อพบกับคุณก้องโดยไม่คาดฝันแบบนั้นก็ถึงกับช็อคไปพูดอย่างละล้ำละลักด้วยอาการของคนที่ตกใจและกลัวความผิดสุดขีดจนในที่สุดก็ยอมรับออกมาว่าไม่ได้ทำตามที่รับปากกับคุณก้องไว้เขาเอาแต่เที่ยวเอาแต่สนุกสำมะเลเทเมาไม่สนใจอะไรเลยตลอดเวลาที่สารภาพผิดอย่างตรงไปตรงมาก็อยู่ในอาการหวาดหวั่นอยู่ตลอดคุณก้องนิ่งฟังแต่ไม่โกรธรุ่นน้องคนนั้นเลย “แล้วก้พูดกับรุ่นน้องคนนั้นว่า “กูผิดเอง” ที่คุณก้องพูดแบบนั้นและไม่โกรธรุ่นน้องเลยก็เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าเขาเองที่เป็นคนเอาความฝันของเขาไปยังให้รุ่นน้องเองซึ่งความฝันดีเป็นความฝันที่สมบูรณ์แบบแล้วมันไม่ใช่ความฝันที่รุ่นน้องคนนั้นเพียรพยายามสร้างด้วยตัวเองทุกอย่างมันได้มาง่าย ๆ จึงทำให้คนรับมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริง

บทสรุปเรื่องราวจากตัวละครในบทความ

ความสำเร็จของแบรนด์ “ก้อง คอฟฟี่” ของ คุณก้อง สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ อันนำมาซึ่งกาแฟหอม ๆ ที่เราได้ดื่มกันอยู่ในทุกวันนี้มาจากแผนผังแห่งความสำเร็จอยู่ 4 ประการคือ

  1. ฝัน
  2. คิด
  3. วางแผน
  4. ลงมือทำ

ซึ่งทั้ง 4 ประการนี้ได้นำพาชีวิตของคุณก้องไปเห็นโลกไปเรียนรู้ชีวิตและตกผลึกทางความคิดนำมาเป็นแนวทางในการสร้างธุรกิจภายใต้แบรนด์ “ก้อง คอฟฟี่” จนประสบความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยได้อย่างที่เราเห็นกัน

กระบวนการทั้ง 4 ประการนี้มีความสำคัญเท่า ๆ กันแต่ข้อที่คุณก้องคิดว่าจะต้องระมัดระวังมากที่สุดเลยก็คือ “ฝัน” แม้ว่าความฝันเป็นสิ่งที่ดีแต่ใช่ว่าการทำตามความฝันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนหากความฝันนั้นไม่ได้ผ่านกระบวนการหล่อหลอมจากประสบการณ์ที่เคี่ยวกรำของคน ๆ นั้นเองจากการอ่านการฟังการพูดคุยและการสัมผัสด้วยตัวเองความฝันนั้นก็จะเป็นฝันที่แห้งแล้งเป็นเพียงโลกในอุดมคติเท่านั้น 

ดังนั้นถ้าคุณมี “ฝัน” คุณก็จงกล้า “คิด” เมื่อคุณกล้าคิดต่อประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาจะช่วยให้คุณรู้จัก “วางแผน” และจำไว้ว่าอย่าหยุดแค่แผนที่วางไว้ความฝันจะเป็นจริงเห็นเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อคุณ “ลงมือทำ” เท่านั้น นี่ล่ะวิธีที่จะประกาศความฝันและความคิดของคุณให้โลกได้รับรู้