แสวงหาไม่หยุดยั้ง – เปิดโอกาสทางธุรกิจ
Rate this post

มองทุกอย่างให้เป็นโอกาสแม้แต่เรื่องร้าย ๆ

เชื่อว่าคนที่เริ่มทำธุรกิจทุกคนหรือแม้กระทั่งคนที่ทำธุรกิจอยู่สักพักแล้วก็ตามกำลังรอคอยจังหวะและโอกาสเหมาะที่จะทะยานเข้าสู่ความสำเร็จในอีกขั้นของธุรกิจที่ทำแต่เหนือสิ่งอื่นใดเราไม่อาจหลีกลี้หนีกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติได้ว่า “ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง” ทุกสิ่งในโลกล้วนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและยิ่งเป็นเรื่องของการทำธุรกิจด้วยแล้วยิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเรียกว่า “เปลี่ยนแปลงกันทุกเสี้ยวนาที” นั่นจึงเป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องเข้าใจในยามที่เศรษฐกิจฝืด ๆ แบบนี้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อธุรกิจของตนผลประกอบการกำลังแย่แม้แต่รายได้ที่จะแบ่งให้ตนเองยังฝืดเคืองไม่ต้องคิดถึงเรื่องรายได้หรือโบนัสของลูกน้องเลยโอกาสที่จะเพิ่มให้คงไม่มีบางคนถึงขนาดรอเวลาให้กิจการปิดตัวลงส่วนใครที่คิดจะลงทุนทำธุรกิจก็ต้องพับโครงการเอาไว้ก่อนทันทีแน่นอนว่าความคิดแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ไหลลื่นแบบนี้แต่ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ “กำลังใจ” คุณต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองเมื่อกำลังใจดีแล้วคุณจะเริ่มมองปัญหาในมุมใหม่เริ่ม “เห็นวิกฤตเป็นโอกาส” อย่าลืมว่าการทำธุรกิจสิ่งสำคัญคือเรื่องของการแสวงหาโอกาสสิ่งนี้คือประตูชัยแห่งความสำเร็จและการอยู่รอดของธุรกิจเลยทีเดียวดังนั้นเติมกำลังใจให้ตัวเองแม้จะเผชิญปัญหาอย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งท้อถอยลองเปลี่ยนวิธีคิดวิธีมองโลกสักหน่อยแล้วคุณจะเห็นทุกอย่างเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มีความเป็นไปได้เสมอแม้แต่เรื่องร้าย ๆ หรืออุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตก็ตาม

แสวงหาโอกาสอย่างไม่หยุดยั้ง   

เจ้าสัวเฉลียว อยู่วิทยา คือ “นักแสวงหาโอกาส” ตัวจริงเขาแสวงหาโอกาสทางธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้งเชื่อมโยงความผิดพลาดทั้งหมดนำมาเป็นบทเรียนและนำมาใช้ในการตัดสินใจทำธุรกิจต่าง ๆ

การสร้างหาโอกาสทางธุรกิจนั้นพ่อค้าหรือนักธุรกิจที่เก่งกาจจะรู้ดีว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยคุณก็จะสาไม่จำเป็นจะต้องรอให้ฟ้าประทานโอกาสนั้นมาให้สิ่งสำคัญอยู่ที่ “ทัศนคติ” ในการมองโลกที่ถูกต้องคุณคิดบวกแค่ไหน ถ้าคุณหัดมองทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตให้เป็นโอกาสถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างไรก็ตามคุณจะสามารถหาจุดสว่างในความมืดนั้นได้เสมอเราอยากให้คุณมองบุคคลหนึ่งเป็นต้นแบบนั่นคือ เจ้าสัวเฉลียว อยู่วิทยา ผู้สร้างตำนานเครื่องดื่ม “กระทิงแดง” ให้ทั่วโลกได้รู้ว่าคนไทยก็ไม่ธรรมดาเพราะ เจ้าสัวเฉลียว คือบุคคลที่สามารถสะท้อนความเป็น “นักแสวงหา” ได้ดีที่สุดคนหนึ่งบุคคลผู้นี้ทำให้ธุรกิจยิ่งใหญ่ได้เพราะเขาไม่เคยหยุดที่จะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเขาผู้นี้เป็นคนสร้างโอกาสให้กับชีวิตด้วยสองมือตลอดมาไม่ว่าชะตาชีวิตจะลิขิตมาให้เขาผิดหวังมาอย่างไรก็ตามทำการค้าเจ๊งแล้วเจ๊งอีกเขาก็ไม่ท้อใจผิดพลาดแล้วเดินหน้าต่อไปปรับตัวไปเรื่อย ๆ จากพ่อค้าขายผลไม้ที่ล้มเหลวมาสู่คนจูงเรือให้พวกญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกขยับมาเป็นเซลส์แมนขายยาในกรุงเทพ ฯ ขายยาจนรู้แจ้งรู้จริงแบบทะลุปรุโปร่ง

จะว่าไปวิถีชีวิตก็ไม่ได้แตกต่างจาก “มนุษย์เงินเดือน” ทั่วไปในปัจจุบันเป็นวิถีแห่งการต่อสู้ดิ้นรนที่ต้องฝ่าฟันมีสมหวังมีผิดหวังเจอวิกฤตขายไม่ได้ถูกไล่ถูกตะเพิดหลายคนมองว่าชีวิตแบบนี้คือความลำบากที่ไม่อยากเจอแต่เฉลียวอยู่วิทยามองว่ามันคือ “โอกาส” ตอนช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครทำการค้าอะไรก็ฝืดเคืองไปหมดเพราะพิษสงครามแต่เฉลียวเห็นโอกาสตรงนั้นมองว่าพอหลังสงครามเครื่องยาเวชภัณฑ์จะเป็นที่ต้องการและจะขาดแคลนด้วยความที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่กับการเป็นเซลส์ขายยามานานจึงมี “Connection” ที่ไม่ธรรมดาสามารถสั่งยาต่างประเทศเข้ามาขายในเมืองไทยได้จนเริ่มเห็นโอกาสที่จะเป็นเจ้าธุรกิจเองจึงขยับมาตั้งร้านและโรงงานเล็ก ๆ จนพลิกชีวิตจากเซลส์กินเงินเดือนกลายเป็นเจ้าของบริษัทผลิตยาที่คนรู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมืองใช่ว่าขาขึ้นของชีวิตจะมีตลอดไป เจ้าสัวเฉลียว ได้รับคำชักชวนจากเพื่อนให้ไปลงทุนเกี่ยวกับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ช่วงแรกก็ไปได้ดีแต่ต่อมาก็เจอวิกฤตอีกแต่ เจ้าสัวเฉลียว ก็มองว่านั่นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเป็นกลับเป็น “โอกาสทางธุรกิจ” ที่ทำให้เข้าใจเรื่องธุรกิจการค้าระดับใหญ่ ๆ เข้าใจแรงซื้อของตลาดมากยิ่งขึ้นและมาจับทางถูกในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจนทำให้กระทิงแดงไปบุกตลาดโลกอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ต้องบอกว่านี่จึงเป็นกรณีศึกษาที่ดีที่คนรุ่นใหม่สามารถยึดเป็นแบบอย่างได้