บริหารธุรกิจให้สำเร็จ – ต้องจริงใจและจริงจังต่อความรู้สึกลูกค้า
4 (80%) 1 vote

เราคงจะต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะทำงานในสาขาอาชีพใดก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกิจในสมัยนี้จะเติบโตด้วยตัวสินค้าเองรวมไปถึงการขายสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไปการทำธุรกิจยุคใหม่จะต้องอาศัยกลยุทธ์ทางการตลาดเข้ามาช่วยดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในอาชีพใดหรือเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กขนาดใหญ่ก็ตามทีช่วงยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีก้าวหน้านี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ย้ำเตือนว่าคุณควรจะเริ่มคิดและวางแผนเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างจริงจังเสียที่เพราะคุณอย่าลืมว่า “ลูกค้าสมัยนี้ไม่ธรรมดา” พฤติกรรมความคิดรวมถึงอุปนิสัยในการจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนแปลงตลอดและเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนมากเลยทีเดียวแต่ไม่ว่าอะไรในตัวลูกค้าจะเปลี่ยนไปคุณรู้หรือไม่มีสิ่งหนึ่งของลูกค้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปนั่นคืออารมณ์และความรู้สึก

จริงใจ-จริงจังคุณก็จะเข้าไปนั่งในใจคน

นักธุรกิจรุ่นใหม่มักจะเกิดคำถามว่า “จะทำอย่างไรให้ลูกค้าในยุคสมัยนี้ชอบในของ ๆ เรา” ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์หรือตัวสินค้าเองก็ตามคำถามนี้ก่อให้เกิดอีกคำถามหนึ่งที่ย้อนกลับไปหาตัวผู้ประกอบการเองก็คือ “คุณมีความจริงใจต่อลูกค้าแค่ไหน? ” สิ่งหนึ่งที่ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ได้เพราะ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ เข้าถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ได้อย่างทะลุปรุโปร่งถ้าคุณเข้าถึงหัวใจของคนได้คุณก็จะเข้าไปกุมหัวใจของลูกค้าได้ไม่อยาก

บริหารธุรกิจให้สำเร็จ ต้องจริงใจและจริงจังต่อความรู้สึกลูกค้า ธนินท์ เจียรวนนท์
“ให้คุณจำไว้ว่าผู้บริโภคยุคนี้เขาไม่ได้ต้องการดูสินค้าคุณอย่างเดียวแต่เขาต้องการดู “ความจริงใจ” ของคุณด้วยดังนั้นถ้าคุณให้ใจลูกค้าไปก่อนคุณก็จะกุมหัวใจพวกเขาได้อย่างไม่ยากเย็นความสำเร็จก็จะเป็นของคุณ” ธนินท์ เจียรวนนท์
 เป็นความจริงที่เราทุกคนต่างก็รู้และย่อมเห็นด้วยอย่างแน่นอนเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใครก็ต้องการความพึงพอใจด้วยกันทั้งนั้นจึงต้องบอกว่านี่คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้คุณเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าคุณได้คุณต้องเริ่ม “จริงใจอย่างจริงจัง” ต่อลูกค้าของคุณสิ่งเหล่านี้จะช่วยสานสัมพันธ์ของคุณกับลูกค้าได้ง่ายขึ้นความประทับใจและความภักดีต่อแบรนด์จากลูกค้าก็จะมีมากขึ้น

รู้จักกระตุ้นอารมณ์ก็จะกระทบถึงคนได้เร็วที่สุด

Samsung The Bridge of Life แบบอย่างความสำเร็จเมื่อคุณเริ่มต้นจากความ “จริงใจอย่างจริงจัง” คุณก็จะเริ่มเข้าไปนั่งในในลูกค้าของคุณได้ทีละนิดทีนี้ถ้าคุณต้องการจะกุมหัวใจลูกค้าของคุณให้หมดสิ้นอย่างอยู่หมัดคุณก็ต้องรู้จักมอบสิ่งดี ๆ ให้กับลุกค้าสิ่งหนึ่งที่คุณทำได้โดยที่บางทีคุณอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็คือ “การสร้างประสบการณ์ความรู้สึกที่ดีให้แก่ลูกค้า” คุณต้องไม่ลืมว่าอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผลที่อธิบายได้อยู่เหนืออิทธิพลใด ๆ และยังอยู่เหนือกาลเวลาอีกด้วยนี่จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่คุณจะต้องปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำการค้าในยุคนี้เปลี่ยนจากการเน้นที่ตัวสินค้าโดยตรงหันมา “เล่นกับอารมณ์และความรู้สึกของคนแทน”

ขอยกตัวอย่างโปรเจกต์หนึ่งที่มีพลังมากและมีความน่าสนใจมากสามารถเข้าถึงจิตใจและอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้อย่างลึกซึ้งนั่นก็คือโปรเจกต์ สะพานแห่งชีวิต” หรือ Samsung The Bridge of Life โปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทประกันชีวิตซัมซุง (Samsung Insurance) ซึ่งต้องขอเรียนให้ทราบก่อนว่าปัจจุบันสภาพสังคมของเกาหลีใต้แม้จะเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วแต่ความเจริญและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ก็นำมาซึ่งสภาพจิตใจที่อ่อนแอลงของผู้คนด้วยเช่นกันในเกาหลีใต้มีสถิติการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นไม่น้อยและจะมีสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งที่คนไปฆ่าตัวตายบ่อยมากซึ่งทางบริษัทประกันชีวิตซัมซุงมองว่านี่คือปัญหาอย่างหนึ่งที่อยู่ลึกภายในจิตใจของผู้คนพลเมืองในประเทศเขาไม่ว่าจะมีวัตถุหรือสิ่งใด ๆ ที่จะเจริญขึ้นดีขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจของคนไม่เข้มแข็งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็ย่อมไม่มีความหมาย

“ไม่ว่าจะมีวัตถุหรือสิ่งใด ๆ ที่จะเจริญขึ้นดีขึ้นอย่างไรถ้าหัวใจของคนไม่เข้มแข็งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็ย่อมไม่มีความหมาย”

บริษัทประกันชีวิตซัมซุงจึงผุดไอเดียที่จะเปลี่ยนสะพานแห่งเป็นความทุกข์นั้นให้กลายเป็น “สะพานที่ให้กำลังใจและปลุกความหวัง” ของผู้คนเสมือนการมอบชีวิตใหม่ให้กับคนที่ขึ้นไปเดินบนสะพานแห่งนั้น ทีมงานของซัมซุงได้เปลี่ยนสะพานแห่งความมืดมนมาเป็นสะพานแห่ง “แสงสว่าง” พวกเขาได้นำเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์พร้อมทั้งหลอดไฟ LED กว่า 2,200 ดวงไปติดตั้งไว้ที่ราวสะพานซึ่งทั้งเซนเซอร์และหลอดไฟ LED นั้นจะทำงานร่วมกันเมื่อมีคนเดินผ่านเซนเซอร์ก็จะส่งสัญญาณทำให้ดวงไฟติดขึ้นพวกเขาลงทุนลงแรงศึกษากันอย่างจริงจังดัดแปลงจนเซนเซอร์ตัวนี้จะมีปฏิกิริยาเฉพาะกับคนที่เดินผ่านเท่านั้นสิ่งอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวผ่านไปผ่านมาได้ทั้งลมฝนหรือรถยนต์เซนเซอร์ตัวนี้จะไม่รับสัญญาณเลยและเมื่อดวงไฟติดขึ้นก็จะปรากฏข้อความให้กำลังใจหรือคำถามคำพูดคุยง่าย ๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันแต่ทำให้คนที่เดินผ่านไปนั้นรู้สึกดีได้เช่น “กินข้าวหรือยัง”  “เวลามันผ่านไปเร็วนะคุณว่ามั้ย” หรือบางทีก็เป็นภาพที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกดี ๆ ให้เกิดขึ้นเหมือนกับ “สะพานกำลังชวนคุย” ทำให้คนที่เดินผ่านสะพานแห่งนี้ได้รับพลังบางอย่างและเกิดประสบการณ์ใหม่ทางความรู้สึกเกิดความรู้สึกอบอุ่นข้างในอย่างอธิบายไม่ได้คุณจะเห็นได้ว่าแคมเปญ “สะพานแห่งชีวิต” หรือ “Samsung The Bridge of Life” นี้ไม่ได้พูดถึงการประกันภัยหรือสิทธิประโยชน์อะไรเลย

ทีมงานของซัมซุงได้นำ “เทคโนโลยี” เข้ามาช่วยในการสื่อสารเป็นสะพานที่จะส่งต่อความรู้สึกและความปรารถนาดีอย่าง “จริงใจ” ไปถึงผู้คนนำสิ่งที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้มาศึกษาอย่างละเอียดใส่ไอเดียและลงมือทำอย่าง “จริงจัง” ใส่ใจในทุกขั้นตอนถ้อยคำปลอบโยนที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นความปรารถนาดีและความเอื้อเฟื้อเป็นกลยุทธ์ที่เต็มไปด้วยความ “จริงใจ” จึงทำให้กุมหัวใจของผู้คนได้อย่างไม่ยากเย็น