สูตรเริ่มต้นธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ – ควรจะรู้เราก่อนรู้เขา
4 (80%) 1 vote

รู้จักตัวเองให้ดีก่อนเริ่มต้นธุรกิจ…คุณจะมีโอกาสสำเร็จ

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะก้าวเข้ามาสู่การทำธุรกิจมีหลายสิ่งมาก ๆ ที่คุณต้องทำแต่เหนือสิ่งอื่นใดเป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นอันดับแรกสุดเลยก็คือ “รู้จักตัวเอง” ซุนวูกล่าวว่า “การทำสงครามต้องรู้เขารู้เรารบร้อยก็ชนะร้อย” คำกล่าวนี้เป็นจริงแต่ก่อนที่จะรู้เขาคุณต้องถามตัวเองก่อนว่า “รู้เราแล้วหรือยัง” คุณต้องคิดตรึกตรองก่อนว่าคุณต้องการทำธุรกิจจริง ๆ หรือต้องการแค่อยากรวยเพราะถึงแม้ 2 ส่วนนี้จะสามารถไปด้วยกันได้แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างกันคนอยากรวยแม้ทำงานปกติทั่วไปก็สามารถรวยได้ถ้าได้งานดีเงินเดือนสูงและรู้จักบริหารการเงินและเก็บออม

สตีฟ จอบส์
ผมจะถามกับตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า “ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของผมผมจะยังคงต้องการทำสิ่งที่กำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ?” หากคำตอบคือ “ไม่” ติดกันหลาย ๆ วันผมก็รู้แล้วว่าผมจะต้องเปลี่ยนแปลงบ้างสิ่ง สตีฟ จอบส์

แต่ถ้าอยากทำธุรกิจคุณก็จะต้องรู้และเตรียมใจไว้ด้วยว่า “ธุรกิจทำให้คุณรวยได้ก็จริงแต่ก็ทำให้คุณจนได้ที่สุดเหมือนกัน” ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงทุนสิ่งที่คุณต้องทำก็คือให้เวลากับตนเองได้คิดและถามตัวเองให้แน่นอนว่าพร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคหรือไม่ถ้าคุณมั่นใจว่า “ใช่” ในการทำธุรกิจสิ่งที่คุณจะต้องรู้ต่อไปก็คือจะขายอะไรขายใครและขายที่ไหนอย่างไรถ้าคุณยังไม่รู้คำตอบก็ควรใช้เวลาในช่วงแรกไปกับการหาคำตอบเสียก่อนคุณจะได้เริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ไม่ผิดพลาดการคิดและตัดสินใจในสิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากถ้าหากคุณเดินหน้าโดยปราศจากการคิดวางแผนตรงนี้ให้รอบคอบคุณก็จะไม่ต่างอะไรกับการเป็นนักมวยที่ฝึกซ้อมมาดีแต่ขึ้นเวทีโดยที่มือขวาถูกมัดไขว้หลังไว้

จากการสำรวจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดือนมีนาคมปี 59 พบว่าสถานการณ์ในประเทศไทยมีการตั้งธุรกิจใหม่กว่า 6,000 รายซึ่งก็เป็นจำนวนที่ไม่น้อยแต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่ขอเลิกกิจการไปมากถึงร้อยละ 28 เหมือนกันส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปรับตัวไม่ทันต่อภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอีกส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เชี่ยวชาญในธุรกิจที่ทำ

ธนินท์ เจียรวนนท์
“ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีบุคลิกเหมือนคุณพ่อตรงที่เป็นคนชอบศึกษาสิ่งแปลกใหม่และมีความสามารถในการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณพ่อของผมให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและให้ความสำคัญกับลูกค้า” ธนินท์ เจียรวนนท์

มีแบบอย่างความสำเร็จ รู้จักเห็นอกเห็นใจ

ธนินท์ เจียรวนนท์ นักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในเวทีโลกนั้นเริ่มต้นฝึกฝนและพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้แบบอย่างที่ดีของคุณพ่อ คุณธนินท์ เล่าว่าแม้ว่าคุณพ่อจะไม่ได้มีการศึกษาสูงแต่กลับมีความสามารถในการสังเกตแบบนักวิทยาศาสตร์ครั้งหนึ่งท่านพบว่าคนกรุงเทพฯ ในสมัยก่อนนิยมเลี้ยงไก่บนชั้นดาดฟ้าของบ้านแต่ไก่ที่เลี้ยงจะไม่ค่อยออกไข่คุณพ่อสังเกตว่าไก่พวกนั้นกินแต่หนอนกับหญ้าคุณพ่อคิดว่าไก่พวกนั้นอาจจะขาดสารอาหารจึงนำปลาป่นมาผสมกับรำข้าวทำเป็นอาหารให้ไก่กินนอกจากนี้ยังให้ไก่กินผักและเปลือกหอยบดเพิ่มคุณพ่อไม่มีความรู้เรื่องโภชนาการและสารอาหารท่านไม่รู้จักโปรตีนไม่รู้จักแคลเซียมแต่เพราะท่านเป็นคนช่างสังเกตจึงทดลองทำอาหารสัตว์ปรากฏว่าไก่ที่เคยไม่ออกไข่หลังจากที่กินอาหารที่คุณพ่อผสมก็เริ่มออกไข่ทุกวัน

นอกจากได้เรียนรู้ความเป็นคนช่างสังเกตุจากคุณพ่อแล้ว คุณธนินท์ ยังได้เรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจากคุณแม่ครั้งหนึ่งในตอนที่เป็นเด็กนักเรียนอยู่ที่ซัวเถาคุณธนินท์เล่าว่า “มีเพื่อนร่วมชั้นที่มีนิสัยเกเรคนหนึ่งมักสร้างปัญหาเป็นประจำเพื่อน ๆ ต่างไม่มีใครอยากคบอยู่เหงา ๆ คนเดียวเป็นเด็กที่ไม่มีคนรักและสนใจแต่ผมสงสารเขามากมีผมคนเดียวในชั้นที่ยอมคบเขาเป็นเพื่อนยอมเล่นกับเขาผมค่อย ๆ บอกเขาว่าอย่าทำตัวเกเรแบบเมื่อก่อนอีกเขาไม่ยอมฟังใครเลยทั้งคุณครูและพ่อแม่แต่เขาฟังผมคนเดียว”

การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นรู้จักสงสารผู้อื่นที่ได้มาจากคุณแม่ทัศนคตินี้เองที่มีส่วนในการบริหารธุรกิจในภายหลังให้รู้จักคิดในมุมมองของคนอื่นเราถึงจะได้รับความเคารพจากคนอื่นในทางกลับกันถ้าเรานึกถึงแต่ตัวเองก็ไม่มีใครยอมฟังเรา

เอาจริงเอาจังคือหนึ่งหัวใจของความสำเร็จ

วินัยสำคัญประการหนึ่งของคนที่จะเริ่มทำธุรกิจก็คือ “ความจริงจัง” มีหนุ่มอเมริกาอยู่ 2 คนเป็นเพื่อนกันคนแรกตั้งใจจะทำธุรกิจของตนเองให้ได้ก็หมั่นเพียรหาลู่ทางก็บเงินเพื่อเป็นทุนในการเริ่มต้นและในที่สุดก็เริ่มต้นธุรกิจร้านโดนัทได้สำเร็จตามที่คิดไว้จริง ๆ ส่วนชายคนที่ 2 เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจทำงานออฟฟิศตามปกติวันหนึ่งชายคนที่ 2 ไปเยี่ยมชายคนที่ 1 ผู้เพิ่งจะเป็นเจ้าของกิจการร้านโดนัทหมาด ๆ เมื่อเขาเห็นสถานที่ตั้งร้านก็คิดทันทีเลยว่ามันไม่เหมาะเอาเสียเลยด้วยตนเองก็เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอยู่แล้วก็พอจะมองออกเมื่อพบเพื่อนเขาจึงเอ่ยปากบอกกับเพื่อนในเรื่องนี้แต่ปรากฏว่าเพื่อนเขากลับไม่สนใจร้านโดนัทนี้เปิดไปสักระยะหนึ่งก็ปรากฏว่าการคาดการณ์ของชายคนที่ 2 ก็ถูกต้องจริง ๆ เพราะร้านโดนัทแห่งนี้ทำเงินได้เพียง 1,500 เหรียญ/สัปดาห์เท่านั้นและเมื่อหักลบกลบหนี้ทุกอย่างแล้วก็ขาดทุนอย่างย่อยยับแต่สิ่งที่ประหลาดก็คือพอ 1 ปีผ่านไปวันหนึ่งชายคนที่ 2 ไปเยี่ยมชายคนที่ 1 ที่ร้านโดนัทอีกครั้งแต่คราวนี้เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเพราะในใจเขาคิดว่ากิจการคงจะต้องปิดตัวไปแล้วแน่ ๆ แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่อย่างที่คิดร้านนัทยังคงอยู่และแถมดูสวยหรูขึ้นมาเดิมมากอีกด้วยพอพบเพื่อนเขาก็เห็นว่าเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านนัทแห่งนั้นมีความสุขมากขึ้นทั้งสองได้คุยกันเจ้าของร้านโดนัทแห่งนั้นก็บอกกับเพื่อนว่าตอนนี้เขาขายได้ 4,000 เหรียญ/สัปดาห์แล้วซึ่งเพิ่มขึ้นเยอะมากเมื่อชายคนที่เป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจได้ฟังก็ดีใจกับเพื่อนมาก ๆ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้เพื่อนเขาทำอย่างไรจึงได้ประสบความสำเร็จมากถึงเพียงนั้นเพื่อนผู้เป็นเจ้าของกิจการร้านโดนัทจึงบอกว่า

คล็ดลับของเขาอยู่ที่ “ความจริงจัง” เขารู้อยู่แล้วว่าสินค้าของเขาคุณภาพดี ร้านของเขาก็มีความสะอาดเรียบร้อย และมีปัจจัยรอบ ๆ อย่างพฤติกรรมของผู้บริโภคละแวกนั้นเป็นเครื่องยืนยันเขาจึงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขาคิด “เป็นไปได้” เพียงแต่เขาจะต้องอุทิศตนให้กับสิ่งที่เขากำลังทำอย่างจริงจังที่สุดเท่านั้น ความสำเร็จของร้านที่เขาทำก็จะเกิดขึ้นและมันก็เป็นจริงดังที่เขาหวังไว้

คุณจะเห็นว่าชายผู้เป็นเจ้าของร้านโดนัทนี้เขาไม่ได้แค่มุ่งมั่นอย่างเดียวในความจริงจังที่เอาใส่ลงไปเขารู้ตัวเองว่าต้องการอะไรและรู้ด้วยว่าลูกค้าต้องการอะไรนั่นจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จได้แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องทำเลในช่วงแรกดังนั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่ทั้งหลายถึงเวลาแล้วที่คุณต้องถามตัวเองว่าคุณเข้าใจตัวเองดีแค่ไหนและมีความมุ่งมั่นจริงจังในสิ่งที่จะทำแค่ไหน ถ้าคุณไม่เข้าใจตัวเองคุณก็จะพลาดถึงคุณเข้าใจตนเองแต่ขาดความมุ่งมั่นจริงจังคุณก็อาจพลาดได้อีกเช่นกันหากคุณเข้าใจตัวเองและมีความมุ่งมั่นก็ลุยไปเลยธุรกิจแม้จะยากแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้

 อุปสรรคและความท้าทาย

มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าการทำธุรกิจจะทำให้รวยและมีชีวิตที่สุขสบายขึ้นแต่หารู้ไม่ว่าถ้าทำธุรกิจโดยขาดความเข้าใจโอกาสที่จะผิดพลาดทำให้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิมก็มีสูงขึ้นอุปสรรคก็จึงอยู่ตรงที่ว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความเข้าใจได้อย่างไร

แนวทางการแก้ไข

สำรวจและตั้งคำถามกับตัวเองว่าพร้อมที่จะเผชิญอุปสรรคหรือไม่ต้องการทำธุรกิจจริงๆ หรือแค่ต้องการรวยเพราะเส้นทางแห่งการทำธุรกิจไม่ได้ราบเรียบเสมอไปถ้าได้คำตอบแล้วว่า “ใช่” ต้องการทำธุรกิจให้คุณถามตัวต่อไปว่า

  1. ต้องการจะขายอะไร
  2. จะขายให้กลุ่มเป้าหมายใด
  3. จะดำเนินการขายรูปแบบไหนและที่ไหน
  4. ต้องใช้ทุนเท่าไหร่

ถ้าคุณหาคำตอบได้ครบก็เตรียมลุยทำธุรกิจได้เลยสิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจก็คือจงอย่าเริ่มต้นทำธุรกิจโดยที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจนั้นใส่ใจมุ่งมั่นและทุ่มเทสิ่งเหล่านี้เป็นวินัยสำคัญของคนทำธุรกิจคุณสามารถสนุกไปกับการทำธุรกิจได้แต่การทำธุรกิจไม่ใช่ของเล่นที่คุณเบื่อแล้วคุณจะทิ้งไปเลยก็ได้การทำธุรกิจเกี่ยวข้องผูกพันกับหลายสิ่งหลายอย่างอย่าลืมว่าเมื่อคุณคิดจะทำธุรกิจได้คนอื่น ๆ ก็ย่อมคิดได้เช่นกันคุณจึงต้องมุ่งมั่นทุ่มเทคุณถึงจะประสบความสำเร็จ