เครียดหนักก็พักบ้าง – จัดการความเครียดแบบ CEO
4 (80%) 1 vote

ในสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนตลอดเวลาแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบแต่ทั้งโลกก็มีความปั่นป่วนไปด้วยเช่นกันเรื่องของเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้แบบนี้ก็ทำให้คนทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต่างพากันกุมขมับปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่โดยตลอดไม่ว่าใครก็ต่างพากัน “เครียด” ซึ่งพอเครียดแล้วก็ส่งผลลบต่อการทำธุรกิจขึ้นไปอีกและยิ่งระดับจักรวาลของธุรกิจใหญ่โตขึ้นขนาดไหนความเครียดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปด้วยเท่านั้นคือ “ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาวยิ่งใหญ่ก็ยิ่งหนัก” เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราต้องการให้คุณทราบว่าคนที่คุณมองว่าเขาประสบความสำเร็จแล้วแบบ CEO ระดับโลกล้วนก็ผ่านเรื่องเครียด ๆ มากด้วยทั้งนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะขึ้นมาประสบความสำเร็จได้เลยความเป็นจริงยังมีอีกด้านให้มองดังนั้นการจะนำบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจใช่ว่าจะต้องมองแต่ด้านบวกของเขาเราอาจเอาเรื่องดราม่าของพวกเขามาสร้างแรงบันดาลใจก็ได้แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า CEO ระดับโลกเขารับมือกับความเครียดยังไงนะ ? ถึงทำให้นำพาธุรกิจประสบความสำเร็จมาได้มาดูกันดีกว่า

อ่านหนังสือเยียวยาความเครียด

เชื่อว่าใครหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าเจ้าพ่อไมโครซอฟต์อย่าง บิล เกตส์ จะเครียดหนักกับเขาเป็นเหมือนกันแต่แน่นอนบิล เกตส์ ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งถึงเขาจะยิ่งใหญ่แต่เขาก็ต้องเจอความเครียดอยู่ตลอดเวลาและวิธีที่เจ้าพ่อไมโครซอฟต์คนนี้ใช้จัดการกับความเครียดของเขาก็คือ “อ่านหนังสือ” ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายเบสิกแบบสุด ๆ จนหลายคนคิดไม่ถึงบิล เกตส์จะอ่านหนังสืออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอนอยู่เสมอเวลาที่เขาเครียดจัดแม้ว่าจะนอนดึกแค่ไหนเขาก็จะทำแบบนั้นอยู่เสมอ บิล เกตส์ จะอ่านแบบไม่เลือกตั้งแต่หนังสือที่อ่านยากไปจนนิยายวรรณกรรมต่าง ๆ

บิล เกตส์
“การอ่านช่วยให้ผมมองอะไร ๆ ในแบบที่ง่ายขึ้นหนังสือช่วยให้ผมเข้าใจอะไรบางอย่างว่าอะไรที่อยู่เหนือความควบคุมของเราเราก็ต้องรู้จักปล่อยวางมันลงบ้าง” บิล เกตส์

คุณรู้หรือไม่ บิล เกตส์ รักการอ่านและรักหนังสือมากถึงขนาดไปประมูลหนังสือ “The Codex Leicester” อันเป็นผลงานของ เลโอนาร์โด ดา วินชี จิตรกรเอกของโลกซึ่งมีราคาที่คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 1,040 ล้านบาทมาแล้วหนังสือเล่มนี้ว่ากันว่าเป็นสมุดเล็กเชอร์ของดาวินชีมีจำนวน 72 หน้าเท่านั้น

หัวเราะแบบ เจฟฟ์ เบโซส์

เจฟฟ์ เบโซส์ CEO และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชื่อดัง Amazon.com นี่ก็อีกคนหนึ่งที่น่าจะเครียดไม่น้อย เพราะโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากจนบางทีก็ตั้งตัวไม่ทันและวิธีที่ CEO คนนี้ใช้ในการรับมือกับความเครียดก็คือการใช้ “เสียงหัวเราะ” เจฟฟ์ เบโซส์ แนะนำว่าเมื่อเราเครียดอย่าปล่อยให้ตัวเองตั้งจมอยู่กับความเครียดแบบนั้นและสิ่งที่จะสลัดความเครียดออกไปได้ง่ายที่สุดคือ “เสียงหัวเราะ” เวลา เจฟฟ์ เบโซส์ มีความเครียดเขาก็เลือกที่จะหาต้นตอแห่งความเครียดดูว่าอะไรทำให้เครียดจากนั้นก็จัดการทำบางสิ่งบางอย่างกับมัน อาจจะโทรหาใครสักคนเขียน Email สักฉบับแต่สิ่งเหล่านั้นล้วนทำไปภายใต้อารมณ์ขบขันทั้งสิ้นคือทำอะไรก็ได้ให้เห็นเรื่องชวนหัวเรียกเสียงฮาแล้วความเครียดในเรื่องนั้น ๆ จะถูกสลัดออกไปทันที “ส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความเครียดคือการที่เราละเลยในสิ่งที่ไม่ควรละเลย”

ทิ้งความกลัวแล้วใส่ความบ้าอย่าง อีลอน มัสก์

ชื่อของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเรานักแต่ถ้าเราถามคุณว่าคุณรู้จัก Paypal หรือไม่ เชื่อว่าคุณต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีชายผู้นี้ล่ะคือผู้ก่อตั้ง Paypal เว็บไซต์บริการโอนเงินชื่อดังอีกทั้งเขาผู้นี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Space Exploration Technologies หรือ SpaceX บริษัทเอกชนบริษัทแรกที่ปล่อยจรวดสู่อวกาศที่มีแนวคิดริเริ่มสุดล้ำในการจะส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารอีกด้วยจะเรียกว่าชายคนนี้ “บ้าระห่ำ” มากก็ว่าได้ความคิดของเขาทลายกรอบของความกลัวทั้งหลายออกไปอย่างหมดสิ้นทีเดียวใครล่ะจะหาญกล้าบ้าพอที่จะคิดที่จะบินและไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารหลงสำรวจแบบนั้นนอกจากชายผู้นี้

อีลอน รีฟ มัสก์ ผู้บริหาร SpaceX และ ซีอีโอ Tesla Motors
“ความกลัวคือข้อจำกัดแต่ความหวังคือสิ่งที่ไม่มีวันสิ้นสุดเราต่างหวาดกลัวที่จะผิดหวังแต่ความกลัวไม่มีวันหยุดความพยายามของเราได้” อีลอน รีฟ มัสก์ ผู้บริหาร SpaceX และ ซีอีโอ Tesla Motors

แต่แน่ล่ะกล้าคิดอะไรล้ำ ๆ ขนาดนี้ไม่มีความเครียดเลยสิแปลกจริง ๆ แล้ว อีลอน มัสก์ เจอวิกฤตหนัก ๆ มานับไม่ถ้วนทีเดียวความเครียดมีไม่น้อยกว่าคนอื่นเลยชายผู้นี้รับมือกับเครียดโดยการ “สลัดความกลัวแล้วใส่ความบ้าเข้าไปแทนที่” อีลอน มัสก์ มองว่าความเครียดเกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากความกลัวซึ่งความกลัวบางทีมันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลเหมือนกันแล้วทำไมไม่ลองเอาความไม่มีเหตุไม่ผลนั้นมาคิดใหม่ล่ะถ้าตั้งความไม่มีเหตุผลเอาไว้แต่ลบความกลัวออกแล้วแทนที่ด้วยความกล้าแบบบ้าบิ่นผลลัพธ์ที่จะออกมาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียวคุณจะเห็นว่าคนที่ยิ่งใหญ่ภาระที่เขาแบกไว้ก็ยิ่งมากภาระยิ่งมากความเครียดก็ยิ่งเยอะความเครียดเป็นสิ่งที่ทำให้เราเท่าเทียมกันไม่ว่าคนที่ประสบความสำเร็จแล้วหรือยังอยู่ในระดับขั้นไต่เต้าก็ตามยังไงก็ต้องพบเจอมันเหมือนกันแต่ในความเท่าเทียมนั้นก็มีความแตกต่างก็คือรุปแบบในการรับมือกับความเครียดเราไม่รู้ว่าคุณมีวิธีการรับมือกับความเครียดกันอย่างไรบ้างแต่ถ้าเครียดแล้วไม่รุ้จะทำอย่างไรลองนำวิธีของคนดัง ๆ เหล่านี้ไปใช้สิไม่แน่มันอาจดีกับคุณก็ได้

โอกาสในวิกฤติบริหารจัดการอย่างทันท่วงที

ธนินท์ เจียรวนนท์ นักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในระดับเวทีโลกคนนี้ก็ผ่านช่วงเวลายากลำบากมาแล้วหลายต่อหลายครั้งและครั้งวิกฤติต้มยำกุ้งของไทยในปี 2540 คราวที่รัฐบาลไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทส่งผลให้ธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องล้มหายตายจากไปหลายบริษัทแต่ด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลคุณธนินท์ตั้งใจจะรักษาธุรกิจหลักเอาไว้จึงตัดสินใจขายหุ้นของบริษัทลูกที่อยู่ในเครือทันทีภายใต้วิกฤตครั้งนั้นจึงมุ่งเน้นการลงทุนใน 3 ธุรกิจหลักได้แก่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจโทรคมนาคม

ในส่วนของธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่เครือบริหารอยู่นั้นเมื่อมีการขยายธุรกิจในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ออกไปก็ทำให้ธุรกิจค้าปลีกของเครือก้าวหน้าไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้นส่วนธุรกิจโทรคมนาคมมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ธุรกิจ e-Money,e-Commerce และเคเบิลทีวี

ธนินท์ เจียรวนนท์
ความหมายของคำว่า “วิกฤต” ในภาษาจีนที่มีความลึกซึ้งมาก โดยตัวอักษรจีนคำนี้ประกอบด้วยคำที่แปลว่า “อันตราย” และคำที่แปลว่า “โอกาส” ความหมายที่แฝงอยู่จึงมีทั้งความเสี่ยงแต่ก็ซ่อนไว้ซึ่งโอกาส

จากวิกฤตการณ์ทางการเงินรัฐบาลไทยปี 2540 ถือได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนั้นเป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณธนินท์ต้องเผชิญตั้งแต่เข้ามารับช่วงการบริหารกิจการแต่เป็นเพราะความสามารถตั้งรับได้ทันไม่เพียงแต่จะไม่ล้มละลายตรงกันข้ามกลับสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักมากขึ้นดังเช่นความหมายของคำว่า “วิกฤต” ในภาษาจีนที่มีความลึกซึ้งมากโดยตัวอักษรจีนคำนี้ประกอบด้วยคำที่แปลว่า “อันตราย” และคำที่แปลว่า “โอกาส” ความหมายที่แฝงอยู่จึงมีทั้งความเสี่ยงแต่ก็ซ่อนไว้ซึ่งโอกาส

อุปสรรคและความท้าทาย

การทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องท้าทายกับความเครียดอยู่เสมอเรียกว่าเราต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อความเครียดเข้ามามาก ๆ บางทีอาจทำให้เราไม่สามารถทำงานของเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งนั่นก็จะส่งผลในด้านลบให้กับการทำธุรกิจทันทีเมื่อความเครียดหลีกเลี่ยงไม่ได้ปัญหาอยู่ที่ว่าจะรับมือและจัดการกับความเครียดอย่างไร

แนวทางการแก้ไข

ลองนำวิธีและแนวคิดในการรับมือกับความเครียดของผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วมาใช้บ้างอย่างอ่านหนังสือเพื่อเปิดโลกทัศน์และสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางอารมณ์ด้วยหนังสือมองโลกในแง่บวกพยายามยิ้มและหัวเราะให้ได้ในทุกสถานการณ์ใส่ความขบขันลงไปในทุกสิ่งแม้มันจะเป็นที่น่าปวดหัวที่สุดก็ตามอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้าและใส่ความบ้าระห่ำลงไปในความคิดแทนที่ความเครียด

บทสรุป

การทำธุรกิจกับความเครียดเป็นสิ่งที่คู่กันไม่ว่าคนที่ประสบความสำเร็จแล้วหรือยังไม่ประสบความสำเร็จก็ตามต่างก็ต้องเผชิญกับความเครียดเหมือน ๆ กันคนเราเครียดได้แต่อย่าให้ความเครียดมาทำลายงานและทำลายชีวิตคุณจะต้องรู้จักการวิธีการรับมือกับความเครียดให้ได้ซึ่งแต่ละคนก็ย่อมจะมีวิธีการรับมือความเครียดแตกต่างกันไปถ้าวันนี้ยังไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงก็ลองหาแรงบันดาลใจและไอเดียจากคนที่ประสบความสำเร็จแล้วก็ได้ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น