แนวคิดผู้นำ – รากเหง้าความแกร่งสืบทอดสายเลือดมังกร
5 (100%) 2 votes

แนวคิดผู้นำ ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

“งานปลูกผักเป็นงานที่หนัก ชาวสวนต้องรดน้ำทุกวัน ถ้าเมล็ดพันธุ์ที่ปลูกลงไปไม่ขึ้นชาวสวนก็ขาดทุนย่อยยับ ดังนั้นเราต้องไม่ทำให้ลูกค้าขาดทุน”
คำกล่าวของ เจี่ยเอ็กชอ บิดาของเจ้าสัวธนินท์ อันสะท้อนถึงแนวคิดผู้นำอย่างแท้จริง

ตระกูลเจียรวนนท์ของ เจ้าสัวธนินท์ ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีเชื้อสาย “แต้จิ๋ว” ที่นับว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดสิ่งหนึ่งที่ทำให้ เจ้าสัวธนินท์ ก้าวมาถึงจุดสูงสุดได้ทุกวันนี้ก็ด้วยการรับอิทธิพลทางความคิดมาจากผู้เป็นบิดาที่พร่ำสอนคุณธนินท์อยู่เสมอว่า “เจิ้งต้า กวงหมิง” อันหมายถึงการทำการค้าต้อง “ซื่อสัตย์” และ “ยุติธรรม” ซึ่งนั่นเสมือนเป็นลายแทงสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจในอนาคตและ เจ้าสัวธนินท์ ก็ได้ยึดหลักคำสอนนี้มาเป็นวิสัยทัศน์ในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจของตนทำให้ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้นและลายแทงแห่งความสำเร็จนี้ก็ได้ถูกส่งต่อสู่ทายาทมังกรในรุ่นต่อไปของตระกูล เจียรวนนท์ ทั้งนี้วิสัยทัศน์ผู้นำแห่งการทำการค้าดังที่กล่าวมานี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ของใครและเชื้อสายใดแต่นี่เป็นหลักพื้นฐานสากลในการทำการค้ารวมถึงการประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถนำไปเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานของตนได้เช่นกันเปรียบเสมือนลายแทงความสำเร็จของคนรุ่นก่อนที่ส่งต่อมาให้เราที่เป็นคนรุ่นใหม่โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิดลองถูกจดจำและเขียนแผนที่เองทุกอย่างถูกวาดและถูกสร้างมาสำเร็จรูปให้เราสามารถนำไปใช้ได้เลยในทันที

รากเหง้าความสำเร็จ ของสายเลือดมังกร

เป็นที่ทราบกันดีว่าชนชาติจีนเป็นชนชาติที่ทำการค้าเก่งแทบจะเรียกว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกก็ว่าได้ ซึ่งคุณจะสังเกตได้เลยว่าแทบจะทุกประเทศทั่วโลกจะต้องมี “ไชน่าทาวส์” ชาวจีนโพ้นทะเลหรือลูกหลานแห่งสายเลือดมังกรที่ผลัดถิ่นไปตั้งรกรากดินแดนต่าง ๆ นั้นต่างก็กัดฟันอดทนพยายามทำมาค้าขายเก็บเล็กผสมน้อยกันมาเรื่อย ๆ จนกิจการเติบใหญ่ขึ้นเป็นรูปเป็นร่างและก็ตกทอดมาสู่ทายาทมังกรรุ่นต่อไปซึ่งการตกทอดมรดกกิจการจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นต่อไปของชาวจีนนั้นไม่ใช่แค่ตกทอดตัวกิจการห้างร้านแบรนด์หรือตัวบริษัทเท่านั้นแต่ยังเป็นการส่งต่อ “แนวคิด” และ “วิถีปฏิบัติ” รวมไปถึง “จิตวิญญาณ”

ในการทำธุรกิจ แม้ว่าชาวจีนโพ้นทะเลในบ้านเราจะมีหลากหลายแต่ที่น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำการค้าจนยิ่งใหญ่ก็น่าจะเป็นชาวจีนแต้จิ๋วว่ากันว่าชาวจีนแต้จิ๋วทำการค้าเก่ง แต่ถ้าเราศึกษาลึกลงไปชาวจีนแต้จิ๋วเดิมทีไม่ใช่กลุ่มคนที่เก่งในการทำธุรกิจแต่เป็นกลุ่มคนที่เก่งในเรื่องของการทำเกษตรกร แต่เนื่องจากในสมัยก่อนช่วงที่รัฐบาลจีนปฏิวัติมาใช้ระบบคอมมิวนิสต์ในการบริหารประเทศได้มีการใช้ระบบนารวมซึ่งระบบนี้มีการแบ่งพื้นที่ทำนาและผลผลิตที่ได้ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นจริงของประชาชนทำให้ชาวแต้จิ๋วต้องประสบพบเจอกับความยากแค้นและลำบากมากขึ้น ความยากแค้นแสนสาหัสเพราะคนมากที่นาน้อยนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนแต้จิ๋วต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดจึงหันไปค้าขายรวมถึงทำศิลปหัตถกรรมแต่ด้วยคนแต้จิ๋วมักเป็นคนที่ “ถี่ถ้วนและรอบคอบ” จึงส่งเสริมให้การทำการค้าของคนแต้จิ๋วรุดหน้ากว่าคนจีนสายอื่นนั่นเอง

มุ่งมั่นและอดทน ทางสายเดียวแห่งความสำเร็จ

ถ้าพูดถึงคนแต้จิ๋วที่ประสบความสำเร็จและกลายเป็น CEO ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเราคงต้องยกให้มหาเศรษฐีแห่งเกาะฮ่องกงอย่าง “ลีกาชิง” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะกลายมาเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกได้นั้นคุณเชื่อไหมว่าเขาก็คือคนแต้จิ๋วคนหนึ่งที่เริ่มต้นทุกอย่างแบบติดลบไม่มีต้นทุนที่สูงส่งอะไรเลย ชีวิตของเขาต้องต่อสู้และดิ้นรนอย่างยากลำบากมาตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่สิ่งที่ทำให้ ลีกาชิง ก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดได้ก็คือความ “มุ่งมั่นและอดทน” ไม่ว่าชีวิตจะลำบากลำบนอย่างไรก็ตาม ลีกาชิง มุ่งมั่นที่จะขวนขวายหาความรู้จากการ “อ่าน” เพราะเขาไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ยามใดที่เขาว่างเขาจะหาหนังสือมาอ่านตลอดเวลาหนังสือที่เขาอ่านจะเป็นหนังสือมือสองเมื่อเขาอ่านจบเขาก็จะเอาไปขายหรือเอาไปแลกที่ร้านหนังสือเพื่อให้ได้หนังสือเล่มใหม่มา เพราะเขาเชื่อว่า “ความรู้เท่านั้นที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จได้”

สิ่งที่ทำให้ ลีกาชิง ก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดได้ก็คือความ “มุ่งมั่นและอดทน” ไม่ว่าชีวิตจะลำบากลำบนอย่างไรก็ตาม ลีกาชิง มุ่งมั่นที่จะขวนขวายหาความรู้จากการ “อ่าน” เพราะเขาเชื่อว่า “ความรู้เท่านั้นที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จได้” – แนวคิดผู้นำ ลีกาชิง

ขณะที่พยายามอ่านและศึกษาด้วยตนเองก็ “อดทน” ทำงานเป็นกุลีแบกหามแต่ด้วยการที่อ่านมากทำให้เป็นคนรู้กว้างจึงฉายแววผู้นำประกอบกับเป็นคนอดทนงานหนักแค่ไหนก็ไม่บ่นจึงทำให้ขยับในหน้าที่การงานได้เร็วกว่าคนอื่น ต่อมาได้มีโอกาสไปทำงานกับน้าชายและทำงานกับบริษัททำโลหะ ด้วยเป็นคนที่มุ่งมั่นและอดทนบากบั่นทำงานหนักกว่าคนอื่นถึง 2 เท่าจึงทำให้ก้าวกระโดดในอาชีพในที่สุดแล้ว ลีกาชิง จึงขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเองและประสบความสำเร็จกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ได้รับฉายายว่า “ซูเปอร์แมน” ในทุกวันนี้ ซึ่งสิ่งที่ ลีกาชิง ใช้เป็นทางแห่งความสำเร็จในชีวิตของเขาก็คือ “มุ่งมั่นและอดทน” เป็นทางสายเดียวเท่านั้นที่จะนำพาทุกคนไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ซึ่งคุณเองก็น่าจะลองมาเดินบนทางสายนี้ดูบ้างนะแม้จะยากจะขรุขระแค่ไหนแต่ถ้าเป็นเส้นทางที่จะนำไปสู่ความสว่างแห่งชีวิตก็คงไม่น่ากลัวเกินไปที่จะเดินคุณว่าจริงไหม

แนวคิดผู้นำ เพื่อความสำเร็จ

  • ซื่อสัตย์และยุติธรรม
  • ถี่ถ้วนและรอบคอบ
  • มุ่นมั่นและอดทน
  • เรียนรู้เพื่อปรับตัว
  • ขวนขวายหาความรู้
  • รักการอ่านหนังสือ