เปลี่ยนงานเสริมให้เป็นงานหลัก – เปลี่ยนสิ่งที่รักให้เป็นรายได้
Rate this post

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ใช้ชีวิตแบบขาดแรงบันดาลใจขาดแรงผลักดันในชีวิตต้องแยกสิ่งที่ “รัก” ออกจากงานหลัก ทำสิ่งที่ “รัก” เป็นเพียง “งานเสริม” หรือ “อาชีพเสริม” เพื่อให้ตัวเองยังได้ทำในสิ่งที่รักอยู่เป็นช่องทางหารายได้เสริมให้กับตัวเองเท่านั้นแต่จะดีแค่ไหนถ้าครั้งนี้คุณได้เติมแรงบันดาลใจลงทุนทำและเติมไฟให้ไอเดียธุรกิจของคุณลุกโชนขึ้นอีกครั้งกล้าที่จะปฏิวัติตัวเองหยิบสิ่งที่ “รัก” ขึ้นมาแปลงเป็น “รายได้หลัก” แทน “รายได้เสริม” ลองอ่านเรื่องของชายผู้นี้ดูแล้วไฟในตัวในการทำธุรกิจของคุณจะลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

ทลายกำแพงที่กั้นชีวิตด้วยคำ ๆ เดียวมุ่งมั่น

“เมื่อก่อนชีวิตผมคือภาพสะท้อนของศิลปะแต่เดี๋ยวนี้ศิลปะคือภาพสะท้อนของชีวิตผม”
ณัฐ ประกอบสันติสุข

หากคุณเคยอ่านนิตยสารแฟชั่นหรือซื้อนิตยสารแนว ๆ นี้อยู่บ่อย ๆ เชื่อว่าคุณคงจะต้องเคยผ่านตากับผลงานการถ่ายภาพของช่างภาพฝีมือเยี่ยมอย่าง ณัฐ ประกอบสันติสุข กันมาบ้างไม่มากก็น้อยช่างภาพผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้พลิกโฉมการถ่ายภาพแฟชั่นแนวใหม่ของเมืองไทยจนได้กลายมาเป็นหนึ่งในช่างภาพชื่อดังระดับประเทศที่มีคนจ้างให้ถ่ายภาพแฟชั่นทั้งในนิตยสารหรือโฆษณาแฟชั่นต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มตลาดเล็กแบบนิชมาร์เก็ต (Niche Market) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงไปจนถึงสามารถที่จะเลือกรับงานแบบที่ตนเองต้องการได้เลยทีเดียวหรือบางทีงานแบบนิชมาร์เก็ตที่ให้ราคาสูงมาก ๆ ก็ถูกส่งมาให้เขาเลือกเองโดยที่เขาไม่ต้องเลือกเลยซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คงเป็นเครื่องการันตีฝีมือของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องเอ่ยอะไรมาก

แม้ว่าในปัจจุบันการทำธุรกิจงานช่างภาพจะมีคนทำกันมากก็จริงแต่ส่วนใหญ่แล้วคนจะเลือกทำธุรกิจช่างภาพเป็น “งานเสริม” เพื่อสร้างรายได้เสริมเท่านั้นไม่ใช่ “งานหลัก” เพราะมองว่าเป็นงานหรือการทำธุรกิจที่ต้องใช้ฝีมือถ้าไม่เจ๋งจริงงานก็จะไม่เข้ามาแต่ชายที่ชื่อ ณัฐ ประกอบสันติสุข สามารถที่จะเปลี่ยน “งานเสริม” หรือ “อาชีพเสริม”ของใครหลาย ๆ คนกลายเป็น “งานหลัก” ที่สร้างรายได้เลี้ยงตัวได้เพราะเขามีอยู่สิ่งหนึ่งนั่นคือ “ความมุ่งมั่น” ก่อนที่เขาจะก้าวมาสู่การเป็นช่างภาพมืออาชีพแบบนี้เส้นทางชีวิตของเขาก็ไม่ใช่ว่าจะเรียบง่ายพื้นฐานของ ณัฐ เป็นคนที่ชอบในเรื่องของแฟชั่นวรรณคดีวรรณกรรมอยู่แล้วแต่ในความชอบในเชิงศิลป์แบบนี้ใช่ว่าจะถูกใจครอบครัว ณัฐ ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองลงทุนทำในสิ่งที่เขา “รัก” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับครอบครัวและเขาก็ฝ่าด่านแรกได้โดยการเข้าไปศึกษาในคณะอักษรศาสตร์จุฬาเอกวรรณคดีอังกฤษเมื่อจบออกมาก็หางานทำและได้เข้าไปทำงานกับนิตยสารแพรวโดยรับผิดชอบการประสานงานเรื่องแฟชั่นซึ่งกว่าจะผ่านเข้าไปอย่างเต็มตัวได้ก็เรียกว่าแทบจะเอาตัวไม่รอดเหมือนกันแต่เมื่อฝ่าด่านอรหันต์ที่สองมาได้เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นสไตล์ลิสต์กว่า 8 ปีที่เป็นสไตล์ลิสต์ให้กับนิตยสารแพรวและแล้ววันแห่งความเปลี่ยนแปลงก็มาอีกครั้งเขารู้สึกอิ่มตัวกับงานจึงขอทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษในสาขาช่างภาพแฟชั่นแต่ที่อังกฤษนั้นทำให้เขาเข้าใจชีวิตมากขึ้นได้เห็นในมุมใหม่ที่มืดดำอคติมากมายจากชาวต่างชาติที่มีต่อคนไทยนับเป็นอุปสรรคที่กดดันเขาเป็นอย่างมากแต่ ณัฐ อาศัยเพียงความ “มุ่งมั่น” เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นเครื่องมือให้เขาลงทุนทำเพื่อฝ่าฟันคำปรามาสต่าง ๆ จนจบมาแบบคะแนนดีเยี่ยมติด top 5 เลยทีเดียว

ฉีกทุกกฎในวงการแฟชั่น

และแล้วเขาก็กลับมาสู่แผ่นดินแม่อีกครั้งแต่ในวันนี้การกลับมายืนอยู่ที่ประเทศไทยแตกต่างไปจากเดิมเพราะเขากำลังได้รับบทบาทในวิชาชีพใหม่บทบาทของวิชาชีพที่หลายคนในเมืองไทยยังทำเป็น “งานเสริม” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้เสริมให้กับตัวเองเท่านั้นส่วนหนึ่งเพราะบริบทของสังคมไทยยังไม่ยอมรับว่าสิ่งนี้คืออาชีพหรือการทำธุรกิจแต่สำหรับ ณัฐ ประกอบสันติสุข การทำธุรกิจ “ช่างภาพ” กลายเป็นอาชีพหลักและกลายเป็นธุรกิจส่วนตัวของเขาไปแล้ว การสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นสไตล์ลิสต์กว่า 8 ปี นั่นทำให้มุมมองในการสร้างงานลงทุนทำและเริ่มทำธุรกิจของเขาแตกต่างไปจากช่างภาพคนอื่น ๆ ร่วมสิบกว่าปีบนเส้นทางแห่งการเป็นช่างภาพอาชีพคงไม่ต้องพิสูจน์อะไรกันมากแล้วสำหรับชายผู้นี้

ให้งานที่ดีเป็นฝ่ายเลือกเรา

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากชายผู้นี้คือ “คุณอยากเป็นฝ่ายเลือกงานหรือให้งานเป็นฝ่ายเลือกคุณ” ถ้าคุณยังมองว่าการลงทุนทำสิ่งที่คุณ “รัก” คงเป็นแค่เพียงงานเสริมหรืออาชีพเสริมสำหรับคุณคุณก็คงต้องเป็นฝ่ายที่หางานทำเดินเลือกหาคนจ้างงานตลอดไปเพราะในความคิดคุณยังคงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงช่องทางหารายได้เสริมให้กับตัวเองเท่านั้นมีงานก็ดีไปว่างค่อยไปทำถ้าไม่มีงานก็ไม่เป็นไรเพราะมีงานประจำทำอยู่แบบนี้คุณจะไม่มีวันนำสิ่งที่ “รัก” มาสร้างเป็นช่องทางธุรกิจหรือธุรกิจส่วนตัวเป็นรายได้เลี้ยงตัวเองได้เลย

แต่ถ้าคุณเริ่มต้นใส่ความ “มุ่งมั่น” ลงทุนทำสิ่งที่คุณ “รัก” ในตั้งแต่วันนี้เริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังไม่ว่าจะมีอุปสรรคมาขัดขวางอย่างไรก็เดินหน้าใส่ลูกเดียวพิสูจน์ฝีมือของคุณให้โลกได้รู้อีกไม่ช้างานจะเป็นฝ่ายเลือกคุณคุณจะสามารถเจาะช่องทางธุรกิจทำเป็นธุรกิจส่วนตัวเข้าไปสู่นิชมาร์เก็ตได้ไม่ยากแล้วคุณจะเข้าใจว่าการทำธุรกิจส่วนตัวไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินทุนหลักแสนหลักล้านถ้าคุณเจ๋งจริงธุรกิจส่วนตัวของคุณก็จะกลายเป็นสินค้าที่ใคร ๆ ก็อยากได้และขายได้อย่างมีราคาในตัวเองไม่ว่าคุณจะทำงานเสริมอาชีพเสริมหรือทำงานประจำอยู่ในสายอาชีพไหนก็ตามอย่าทำชีวิตของคุณให้เป็นเพียงงานศิลปะชิ้นหนึ่งแต่ขอให้คุณจงใช้ชีวิตของคุณอย่างมีศิลปะ

แนวคิดผู้นำ เพื่อความสำเร็จ

  • ใช้ “ความรู้” คู่ “ความรัก” เสมอบางครั้งรักอย่างเดียวก็ไม่อาจทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จได้เพราะคุณจะดำเนินงานทุกอย่างอย่างไรทิศทางทักษะและกระบวนการเป็นเรื่องสำคัญคุณจึงต้องรู้ลึกรู้จริงในเรื่องนั้น ๆ ด้วย
  • กล้าที่จะคิดและทำในสิ่งที่แตกต่าง
  • มุ่งมั่นและอดทนวันนี้แม้ยังทำไม่ได้ก็ขอให้มองว่าสิ่งที่ทำไปเป็นการสั่งสมประสบการณ์