fbpx
100 วิสัยทัศน์นักธุรกิจระดับโลก ประสบการณ์จากตำนานมีชีวิต
4.1 (81.18%) 17 votes

ผู้ประกอบการ ผู้มีวิสัยทัศน์ และนักคิดแถวหน้าของโลก 100 คน แบ่งปันแนวคิดและบทเรียนแห่งความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ใน “ฟอร์บส์” ฉบับพิเศษเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งนิตยสารด้านธุรกิจ-การเงินชื่อดังของสหรัฐฉบับนี้ซึ่งยังไม่มีทีท่าจะอำลาวงการ

ทุกความสำเร็จ เริ่มต้นที่วิสัยทัศน์

ในบรรดาคนดังหลากหลายที่ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองชีวิตและธุรกิจซึ่งคนรุ่นหลังสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นเพื่อนำทางชีวิตสู่เป้าหมายนั้น รวมถึงนักธุรกิจไทย 2 รายผู้ได้รับยกย่องในระดับโลกว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก คือ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส กลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ และ เจริญ สิริวัฒนภักดี ผู้ประกอบการรายใหญ่ในเอเชียและประธานกรรมการบริหารหลายบริษัท อาทิ บริษัทไทยเบฟเวอร์เรจจำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทสุรามหาราษฎร จำกัด

ธนินท์ ได้กล่าวถึงแนวคิดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการความเป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอ ว่า อุตสาหกรรมแต่ละประเภทมีอายุขัยแตกต่างกัน และปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่คนรุ่นใหม่ให้นิยามใหม่ของการตลาดว่า “สตาร์ทอัพ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”

ในโลกใหม่ ทุกสิ่งเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของคนวันนี้ มาจากการเป็นผู้นำนวัตกรรมและการสร้าง การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน พวกเขาได้สร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เราต้องยอมรับว่าความสำเร็จที่เรามีในวันนี้ จะถูกเทนที่ในวันหน้า และมีคนที่มีความสามารถที่เราต้องรักษาไว้ ให้ก้าวไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง หากเรามัวแต่อิ่มเอมใจกับสิ่งที่ได้รับมา และไม่เปิดใจให้กับการเปลี่ยนแปลง เราจะเสียที่ยืนของเราในไม่ช้า วิสัยทัศน์ผู้นำ และ CEO ยุค 4.0 ธนินท์ เจียรวนนท์

ธนินท์ เสนอว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เรายังยืนอยู่ในแถวหน้าได้คือการเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ ๆ เมื่อเปรียบเทียบความรู้และกระบวนคิดของคนที่เติบโตมากับยุคอุตสาหกรรม 3.0 ซึ่งคอมพิวเตอร์เป็นของใหม่ กับยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์กำลังปฎิวัติ กระบวนการผลิตไปสู่วิถีที่แตกต่างอย่างมาก เราจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่จะนำเราไปสู่นวัตกรรมใหม่ และหนทางในการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคิด หรือจินตนาการถึงมาก่อนเลย

“ภรรยาของผมมักกล่าวกับผมเสมอเกี่ยวกับความจริงของชีวิต 4 ประการ นั่นคือ สุขภาพเป็นของเรา เงินทองเป็นของคนอื่น อำนาจเป็นของชั่วคราวและชื่อเสียงเป็นสิ่งนิรันดร์ และนี่คือเหตุผลที่ผมสอนลูกๆ ให้หาจุดสมดุลระหว่างการทำงานเพื่อสร้างธุรกิจและการรักษาสุขภาพที่ดีของตนเอง” เจริญกล่าว

ขณะที่เจริญ สิริวัฒนภักดี กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการหาจุดสมดุลระหว่างการทำงานเพื่อสร้างธุรกิจและการรักษาสุขภาพ  เจริญเล่าว่าเมื่อครั้งเป็นเด็ก เขาเคยเห็นพ่อแม่เตรียมร้านเพื่อขายก๋วยเตี๋ยวผัดไท ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจนหลังเที่ยงคืน แต่แม้จะยุ่งกับการทำงานเพียงใด ทั้งพ่อและแม่ก็ยังมีเวลามาอบรมสั่งสอนลูกๆ 11 คนให้ขยัน มีความรับผิดชอบ และกตัญญูต่อผู้ที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัว

“หากผมย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากจะสร้างสมดุลให้กับชีวิต เพราะเชื่อว่าจะทำได้ดีกว่าที่ผ่านมาด้วยการทุ่มเทเวลาเพื่อการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต” – เจริญ สิริวัฒนภักดี

ทางด้านนักธุรกิจต่างชาติผู้มีธุรกิจที่ส่งอิทธิพลต่อการรับรู้ข่าวสารของคนวันนี้อย่างมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้เชื่อมโยงคนทั้งโลกด้วยเฟซบุ๊กที่เขาร่วมก่อตั้ง กล่าวว่าหลังจากเริ่มก่อตั้งเฟซบุ๊กได้ประมาณ 2 ปี  มีบริษัทใหญ่บางรายต้องการเข้าซื้อกิจการและผู้ร่วมก่อตั้งเกือบทุกคนก็ต้องการขาย ซึ่งตรงข้ามกับความคิดของเขาความคิดต่างระหว่างหุ้นส่วนทำให้บริษัทต้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทีมบริหารแยกย้ายกันไปคนละทาง ซึ่งทำให้เขาตระหนักในที่สุดว่า แท้จริงแล้วต้องทำเป้าหมายของเราให้กลายเป็นเป้าหมายของคนอื่นๆ ด้วย


เจฟฟ์ เบโซสผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์แอมะซอน หรือวอลมาร์ตแห่งศตวรรษที่ 21 กล่าวว่าเรากำลังอยู่ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ลูกค้ามีอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ อันเป็นผลมาจากค่านิยมเรื่องความโปร่งใสในการทำธุรกิจและอิทธิพลของคำพูดแบบปากต่อปาก


ขณะที่ มูฮัมหมัด ยูนูส บิดาแห่งแนวคิด “ไมโครเครดิต” หรือการให้กู้ยืมเงินรายย่อยโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการยากจนและผู้ก่อตั้ง ธนาคารกรามีน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี พ.ศ. 2549  กล่าวว่าทุนนิยมถูกนิยามว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของความละโมบ แต่ในขณะที่มนุษย์มีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว พวกเขาก็ยังมีพฤติกรรมที่ไม่เห็นแก่ตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าคิดว่าเหตุใดพฤติกรรมไม่เห็นแก่ตัวดังกล่าวจึงแยกออกจากการตีความข้างต้น

ยูนูสย้ำว่าเรากำลังจะได้เห็นธุรกิจเพื่อสังคมมากขึ้น โดยกิจการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาบางประการ มากกว่าที่จะมุ่งเป้าสร้างรายได้ ซึ่งแนวคิดนี้และกิจการลักษณะนี้ได้ปรากฎขึ้นแล้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก ในธุรกิจเพื่อสังคมนั้นกำไรจะถูกนำมาหมุนเวียนภายในบริษัทเพื่อแก้ไขปัญหา ผู้ลงทุนจะยอมจ่ายโดยไม่รับสิ่งใดเว้นแต่ความสนุกกับสิ่งที่ได้ลงมือทำ การทำเงินได้เป็นความสุขก็จริง แต่การทำให้ผู้อื่นมีความสุข เป็นความสุขยิ่งกว่า


จากแนวคิดของผู้นำธุรกิจบางส่วนที่สรุปมาข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า สำหรับ “ธุรกิจยุคใหม่” นั้น ไม่สามารถคำนึงถึงแต่เพียงผลกำไรของผู้ประกอบการ หากยังต้องคำนึงถึงสังคมและพฤติกรรมที่แท้จริง รวมถึงอำนาจของผู้บริโภค หากขาดปัจจัยข้อหนึ่งข้อใดไปแล้ว ธุรกิจนั้นๆ อาจกลายเป็นธุรกิจตกยุคและประสบความล้มเหลวในที่สุด

ที่สำคัญคือ หากผู้นำธุรกิจเป็น “ผู้มีวิสัยทัศน์” มองเห็นภาพและโอกาสในอนาคตที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายซึ่งคนอื่นยังมองไม่เห็น ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการย่อมสบายใจที่จะร่วมใช้ชีวิตอุดหนุนสินค้าและบริการของธุรกิจเหล่านั้น เพื่อการเติบโตร่วมกันไปในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง

หนังสือดีบอกต่อ 20 คัมภีย์เพื่อธุรกิจ การลงทุนและการพัฒนาตัวเอง

หนังสือน่าอ่าน หนังสือดีบอกต่อ: 20 คัมภีร์เพื่อธุรกิจ การลงทุน และการพัฒนาตัวเอง

หนังสือดีบอกต่อ: 20 คัมภีร์เพื่อธุรกิจ การลงทุน และการพัฒนาตัวเอง – อ้างอิง Finnomena.com

  1. How to win friends and influence people โดย Dale Carnegie – ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสื่อสาร การเป็นผู้นำและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้คือ เป็นหนังสือที่ Warren Buffett อ่านแล้วถึงขั้นไปเข้าคอร์ส Dale Carnegie Training เองเลย และเป็นใบประกาศณียบัตรเพียงฉบับเดียวที่ Warren มี
  1. Made in America โดย Sam Walton – เจ้าของ Walmart ได้เขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อให้คุณได้เห็นถึงกลยุทธ์ มุมมอง วิธีคิดของตัวเองในการสร้างธุรกิจยักษ์ใหญ่
  1. Built to last โดย Jim Collins – เกี่ยวกับการที่บริษัทจะสามารถรักษาความได้เปรียบของตัวเอง และสามารถคงทนต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีตัวอย่างบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่เรารู้จักกันดีมา 18 บริษัทเพื่อเป็นกรณีศึกษา
  1. Zero to on โดย Peter Thiel – เป็นหนังสือเน้นเรื่องมุมมองแนวคิดใหม่ ๆ และนวัตกรรม โดยหนังสือได้ตั้งคำถามว่าเราจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างไร และอะไรคือความแตกต่างระหว่างการคิดค้นต่อจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว กับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน
  1. The intelligent investor โดย Benjamin Graham – ผู้เขียนเป็นปรมาจารย์ด้านการลงทุนเน้นคุณค่าและยังเป็นอาจารย์ที่มีอิทธิพลต่อ Warren Buffett มาก ถือได้ว่าเป็นไบเบิลด้านการลงทุนที่ได้รับความนิยมที่สุด โดยจะกล่าวถึงทัศนคติการลงทุน กลยุทธ์ มุมมอง นโยบาย และกรณีศึกษามากมาย
“ผมรู้มาตลอดว่าสักวันนึงผมจะรวย และไม่เคยสงสัยเลยแม้แต่นาทีเดียว” วอร์เรน บัฟเฟตต์

  1. Good to great โดย Jim Collins – หนังสือที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ประสบความสำเร็จระยะยาวได้อย่างไร แล้วถ้าบริษัทไม่ได้มีพื้นฐานที่แกร่งตั้งแต่แรกนั้นต้องทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น โดยหนังสือเล่มนี้จะเน้นเรื่องการหาคนที่ใช่เข้ามาบริหารบริษัท
  1. Memos from the chairman โดย Alan Greenberg – เป็นบันทึกของประธานบริษัทที่เขียนให้แก่พนักงานเรื่องคุณค่าขององค์กร โดยหนังสือได้รวบรวมปรัชญาการบริหารธุรกิจที่โดดเด่นและเข้าใจง่าย
  1. Common stocks and uncommon profits โดย Philip Fisher – ผู้เขียนเป็นนักลงทุนและอาจารย์อีกคนที่ Warren Buffett ได้รับอิทธิพลมากเช่นกัน ปรัชญาการลงทุนของ Fisher ได้รับความนิยมมากมายในหมู่นักการเงินและนักลงทุน โดยหนังสือเล่มนี้ได้แนะนำวิธีหาหุ้นเติบโตด้วยการใช้กฎ 15 ข้อ
  1. Think & grow rich โดย Napolean Hill – หนังสือที่สอนเรื่องการวางแผนทางการเงินและกฎแห่งความสำเร็จ ผู้เขียนใช้เวลากว่า 30 ปีในการรวบรวมกรณีศึกษาของนักธุรกิจระดับตำนาน เช่น Henry Ford, Thomas Edison ฯลฯ เพื่อค้นหาว่าทำไมพวกเขาจึงประสบความสำเร็จ
  1. Rish dad poor dad โดย Robert Kiyosaki – หนังสือเล่มนี้ถือเป็น Best Seller ของไทยที่หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกันดี เล่าถึงความแตกต่างของวิธีการสอนลูกจากพ่อรวย และพ่อจน หักล้างความเชื่อเดิม ๆ ว่าต้องทำงานเยอะ ๆ จึงจะรวย และแนะนำถึงวิธีการสอนลูกเรื่องเงิน

“มหาลัยสอนให้เป็นลูกจ้างที่ดี ไม่ได้สอนให้เป็นนายจ้าง” โรเบิร์ต คิโยซากิ


  1. The clash of the cultures โดย John Bogle – ผู้เขียนเป็นถึงผู้สร้างกองทุนอิงดัชนี (Index fund) กองแรกของโลกและผู้ก่อตั้ง Vanguard Group เขาได้ให้มุมมองเกี่ยวกับพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนไป จากการลงทุนเชิงคุณค่ากลายเป็นการเก็งกำไร
  1. One up on Wall Street โดย Peter Lynch – ผู้จัดการกองทุนชื่อดังอย่าง Lynch ได้อธิบายถึงข้อดีของนักลงทุนทั่วไปที่นักลงทุนมืออาชีพไม่มี และแนะนำต่อว่านักลงทุนควรจะใช้ข้อได้เปรียบนี้อย่างไรให้ประสบความสำเร็จด้านการเงิน เป็นอีกหนึ่งเล่มที่สนับสนุนการลงทุนระยะยาว
  1. Outliers โดย Malcolm Gladwell – หนังสือจะพาเราไปท่องไปในโลกของผู้ที่เป็น “ที่สุด” ไม่ว่าจะเป็น ฉลาดที่สุด เก่งที่สุด ดังที่สุด ประสบความสำเร็จที่สุด โดยหนังสือตั้งคำถามว่าอะไรที่ทำให้คนเหล่านี้แตกต่าง
  1. The secret โดย Rhonda Byrne – หนังสือเล่าถึง “เคล็ดลับ” ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข เป็นหนังสือที่ชี้ให้เราเห็นศึกยภาพที่ซ่อนเร้นภายในตัวเรา
  1. The millionaire fastlane โดย MJ Demarco – หนังสือเล่มนี้ได้ท้าทายความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับความร่ำรวย ที่ว่าเราจะต้องพึ่งพาปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ที่ว่าเราจะต้องพึ่งพาความหวังและช่วงเวลาการทำงานอันยาวนาน โดยแนะนำทางเลือกใหม่ที่ชื่อว่า “Fastlane” ซึ่งจะช่วยให้รวยเร็วขึ้น ไม่ใช่แค่รวยตอนแก่
  1. The 4-Hour workweek โดย Timothy Ferriss – แสดงให้เห็นถึงวิธีที่เราจะได้ใช้ชีวิตมากขึ้น และใช้เวลาทำงานน้อยลง อัดแน่นไปด้วยกรณีศึกษา ตัวอย่างที่สามารถทำตามได้ และเคล็ดลับต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เรามีความสุขในการใช้ชีวิต

“เมื่อคุณทำมากกว่าที่คนอื่นคาดหวัง กฎแห่งการตอบแทนจะปรากฎขึ้น” นโปเลียน ฮิลล์


  1. The power of habit โดย Charles Duhigg – ตีแผ่พฤติกรรมของ “นิสัยความเคยชิน” ที่อยู่เบื้องหลังความล้มเหลวและความสำเร็จ
  1. The law of success โดย Napoleon Hill – เป็นอีกหนังสือปรัชญาความสำเร็จซึ่งเป็นที่กล่าวขาน หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมกฎแห่งความสำเร็จ 15 ข้อ กลั่นกรองมาจากการสัมภาษณ์ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  1. Good luck โดย Alex Rovira – หนังสือนิทานเล่าถึง 2 ชายชราที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง คนหนึ่งประสบความสำเร็จมาก ในขณะที่อีกคนไม่ บทเรียนจากเรื่องนี้ได้สอนให้เรารู้ว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค แต่เป็นผลจากความพยายาม
  1. The 48 laws of power โดย Robert Greene – เป็นหนังสือสำหรับใครก็ตามที่ต้องการอำนาจ ต้องการป้องกันตัวเอง หรือต้องการเข้าใจกฎกติกาของเกมส์ชีวิต โดยหนังสือได้กลั่นกรองประวัติศาสตร์เรื่องการใช้อำนาจมาเป็นกฎ 48 ข้อที่จะสอนให้เราเข้าใจแต่ละวิธีซึ่งจะนำอำนาจมาให้เรา

แนวคิดผู้นำ เพื่อความสำเร็จ

  “เป้าหมายของคุณไม่ควรจะเป็นการก่อตั้งบริษัท แต่ควรมุ่งความสนใจว่า อะไรคือความเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องการสร้างให้เกิดขึ้น ความหวังของผมไม่ใช่การสร้างบริษัท ผมถูกขับเคลื่อนด้วยความคิดที่มีเป้าหมายเพื่อการเชื่อมโยงผู้คนและทำให้เราได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น” – ซัคเคอร์เบิร์ก
No more articles