fbpx
5 เช็คลิสต์ว่าคุณเป็นนักธุรกิจยุคใหม่หรือไม่?
3.5 (70.53%) 76 votes

มีหลายคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองซึ่งอาจจะเป็นประเภทธุรกิจส่วนตัวหรือเป็นการรับธุรกิจต่อจากที่บ้านหรือแม้กระทั่งเป็นธุรกิจที่ทำควบคู่กันไปในขณะที่ทำงานประจำอยู่เพื่อหารายได้เสริม ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบไหนมาดูกันดีกว่าว่าคุณพร้อมจะเข้าสู่การต่อสู้ในธุรกิจยุคใหม่แล้วหรือยัง? ลองดูว่าคุณมีแนวคิดของนักธุรกิจยุคใหม่เหมือนเช็คลิสต์ 5 ข้อด้านล่างนี้มากน้อยแค่ไหน

1. คุณมักจะเห็นโอกาสทางธุรกิจจากปัญหาของผู้คน

แน่นอนว่าธุรกิจยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จแบบฉุดไม่อยู่นั้น มักจะเป็นธุรกิจที่สามารถช่วยแก้ปัญหาของผู้คนได้จำนวนมากๆ ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องการเรียกแท็กซี่เวลาที่เราอยู่ในซอยลึกๆ หรือเรียกแล้วไม่ค่อยจะไป จึงมีผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นการเรียกแท็กซี่ มาช่วยแก้ปัญหานี้ หรืออีกหนึ่งธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลในยุคนี้คือธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งออกมาแก้ปัญหาเรื่องความกังวลต่างๆ ในเรื่องบุคลิกภาพและความมั่นใจในตัวเองของทั้งผู้หญิงผู้ชาย รวมไปถึงเพศที่ 3 อีกด้วย

ดังนั้นนักธุรกิจสมัยใหม่จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์และช่างสังเกต เพื่อที่จะมองเห็นปัญหาของผู้คนในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และสามารถมองเห็นโอกาสในการหาสินค้าหรือบริการที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ คนจะยอมจ่ายเงินให้กับคนที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขา ยิ่งคุณสามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะหาเงินได้มากเท่านั้นและมันก็จะกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

2. คุณมีเป้าหมายที่ใหญ่โดยไม่ยอมให้เรื่องเงินลงทุนมาเป็นข้อจำกัด

Mindset หรือแนวความคิดนักธุรกิจสมัยใหม่ต้องไม่มีข้อจำกัดหรือความกลัวที่จะลงมือทำเรื่องเงินลงทุนเป็นสิ่งสุดท้ายที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ควรจะกังวลเพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่าเรื่องเงินนั้นคือไอเดียที่จะทำเงินเพียงแค่คุณมีไอเดียที่ขายได้และมีความคิดสร้างสรรค์ด้านการเงินและการหาทุนการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ไอเดียการเริ่มต้นทำธุรกิจแบบทุนน้อยนั้นต้องใช้กลยุทธ์ Sell Before Buy หรือการขายก่อนที่เราจะซื้อเช่นการ Pre-Order คือเสนอขายสินค้าหรือไอเดียของเราด้วยรูปภาพและคอนเช็ปต์ก่อนอาจจะให้ลูกค้าจ่ายราคาเต็มหรือมัดจำส่วนหนึ่งแล้วเราค่อยนำเงินนั้นไปเป็นเงินลงทุนเพื่อต่อยอดไอเดียของเราหรือการหาสปอนเซอร์เพื่อเป็นผู้สนับสนุนซึ่งจะได้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายถ้าคุณเป็นธุรกิจประเภท Start Up เพียงคุณมีไอเดียและแผนธุรกิจก็จะสามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้จะเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นไอเดียของเรานั้นเอง

แนะนำบทความน่าอ่าน

3. คุณมีความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์เป็นอย่างดี

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยโซเชียลมีเดียหรือสื่อออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนไปแล้วดังนั้นนักธุรกิจสมัยใหม่จะต้องรู้จักและหัดใช้เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ให้เป็นเพราะในออนไลน์จะเป็นช่องทางที่หาลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกลุ่มที่สุดและมีต้นทุนการตลาดต่ำกว่าการทำการตลาดแบบเดิมที่ใช้วิธีแบบหว่านแห เช่น การแจกใบปลิวการลงโฆษณาทางทีวีเพราะการทำการตลาดในออนไลน์นั้นเราสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณาได้ว่าจะให้เข้าถึงคนกลุ่มไหนอายุเท่าไหร่ เพศอะไร

ก่อนที่เราจะทำการตลาดออนไลน์นั้น เราจะต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราอยู่ที่ไหน ชอบอ่านอะไร ชอบติดตามอะไร เพื่อที่เราจะได้ใช้เครื่องมือออนไลน์ได้อย่างถูกต้อง เช่น การทำ Facebook page , Instagram, @Line , Website หรือ YouTube Channel โดยในแต่ละช่องทางนั้นรูปแบบของเนื้อหา หรือการนำเสนอจะต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกลุ่มด้วย

4. คุณหาความรู้ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้อยู่เสมอ

ธุรกิจในอนาคตหรือแม้กระทั่งในตอนนี้เองก็ตาม ธุรกิจทำเงินจะต้องตอบสนองต่อผู้บริโภคทั้งในด้านคุณภาพ ความรวดเร็ว ความทันสมัย สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกเวลาดังนั้นการทำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมด้วยนั้นมีความสำคัญมากที่จะทำให้ธุรกิจของคุณได้เปรียบทางการแข่งกันและจะช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นสามารถประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย

การศึกษาหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องมือออนไลน์ต่างๆ , QR Code ตอนนี้มีการนำ AI หรือ Artificial intelligence มาประยุกต์ใช้เป็น Chat Bot ประโยชน์ของมันก็คือ เราสามารถตั้งโปรแกรมให้มันช่วยเราตอบคำถามลูกค้าทางออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานมากมายมาคอยตอบลูกค้า และอนาคตก็จะมี VR หรือ Virtual Reality ที่นักธุรกิจรุ่นใหม่น่าจะนำมาปรับใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้ ดังนั้นเราต้องอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ เพราะเทคโนโลยีในสมัยนี้มันเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดจริงๆ ใครที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนำมาใช้ได้ก่อน เป็นผู้บุกเบิกตลาดได้ก่อน คนนั้นก็จะกลายเป็นเถ้าแก่น้อยได้ในไม่ช้า

5. คุณออกแบบการทำงานให้เป็นระบบ

ในการทำธุรกิจของตัวเองนั้น ถ้าคุณไม่ได้วางระบบการทำงานให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้ด้วยตัวมันเองแล้วละก็ คุณจะไม่ต่างอะไรกับการกลับไปเป็นพนักงานประจำในบริษัทของตัวเอง และโดยเฉพาะถ้าคุณเป็นประเภทคนทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่ไปกับการทำงานประจำเพื่อหารายได้เสริมด้วยแล้ว ถ้าไม่ได้เซ็ตระบบไว้คุณจะทำงานทั้งสองอย่างได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร และจะเหนื่อยจนกลายเป็นต้องล้มเลิกธุรกิจเสริมนั้นๆ ไป ถ้าวางระบบไว้ดีแล้ว งานจะสามารถเดินได้ด้วยตัวเอง เพราะอะไร ซึ่งจะทำให้บริษัทของคุณเติบโตได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น Micheal E. Gerger ผู้เขียนหนังสือขายดีที่ชื่อว่า The E-Myth Revisited กล่าวว่า หน้าที่ของพนักงานนั้นอยู่ในปัจจุบัน หน้าที่ของผู้จัดการนั้นอยู่ในอดีต แต่หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจนั้นอยู่ในอนาคต เพราะหน้าที่หลักของเจ้าของธุรกิจยุคใหม่คือ การนำบริษัทและทีมงานไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้

การเซ็ตระบบให้กับธุรกิจ อาจจะเป็นเพียงแค่การออกแบบกระบวนการทำงานภายในบริษัทให้เป็นระบบ แบ่งหน้าที่และขอบเขตการตัดสินใจของพนักงานในแต่ละระดับให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมาขึ้นกับเจ้าของธุรกิจเพียงอย่างเดียว หรือในบางงานคุณอาจจะจ้างบริษัทอื่นๆ ให้ช่วยทำ (Outsourcing) การเซ็ตระบบให้กับธุรกิจนอกจากจะทำให้ธุรกิจนั้นเติบโตได้อย่างมั่นคงด้วยตัวมันเองแล้ว การทำงานเป็นระบบยังสามารถช่วยลดต้นทุนต่างๆ ทางธุรกิจได้อีกด้วย เพราะเราจะสามารถเห็นได้เลยว่าสิ่งไหนหรือกระบวนการไหนที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าในมุมมองของลูกค้า

ใน 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คุณคิดว่าคุณมีสิ่งเหล่านี้พร้อมแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มีคุณจะไปศึกษา หรือถามผู้รู้จากที่ไหนได้บ้าง ธุรกิจยุคใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้ เพราะมันต้องมีความตั้งใจจริง และความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ การที่คุณจะกลายเป็นเถ้าแก่น้อยเงินล้านนั้นไม่ไกลเกินเอื้อม

No more articles