U Drink I Drive – สตาร์ทอัพตอบโจทย์คนเมือง โดยปรางค์-ศรีกาญจนา
3 (60%) 2 votes

หากพูดถึงลูกสาวคนโตของตระกูลศรีกาญจนา สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงเป็นหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาน่ารักที่มีรอยยิ้มอันสดใสเพียบพร้อมไปด้วยคุณลักษณะของคุณหนูไฮโซที่ดูแล้วน่าจะเกิดมาเพื่อสืบทอดกิจการอันมั่นคงของครอบครัวเท่านั้นแต่ใครจะรู้บ้างว่านักธุรกิจสาววัย 28 ปี อย่างปรางค์-อภินรา มีมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ ในการต่อยอดธุรกิจเดิมของครอบครัวอย่างธุรกิจประกันภัยไปสู่การเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพรูปแบบใหม่อย่าง U Drink I Drive ได้อย่างลงตัว Passiongen อยากชวนให้คุณได้ทำความรู้จักกับสาวสวยคนเก่งที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาแต่ยังเต็มไปด้วย Passion ในสิ่งที่เธอทำด้วยความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีและปลอดภัย

วัยเรียน-ท้าทายตัวเอง ด้วยความคิดนอกกรอบ

ย้อนไปในวัย 18 ปี หลังจบชั้นมัธยมศึกษา ปรางค์-อภินรา เลือกไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยวาเซดะประเทศญี่ปุ่นทั้งๆ ที่เธอไม่มีพื้นฐานด้านภาษาญี่ปุ่นเลยแต่ด้วยความกล้าบ้าบิ่นอยากจะใช้ภาษาเปิดโลกกว้างเลยปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นซึ่งเธอโชคดีมากที่คุณพ่อคุณแม่ของเธอให้การสนับสนุนและไม่เคยปิดโอกาสเธอด้วยคำว่าเป็นไปไม่ได้ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเธอกับการก้าวออกไปจาก Comfort Zone แล้วไปใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในที่ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้พูดก็ไม่ได้การไปเรียนที่ญี่ปุ่นทำให้ปรางค์ต้องปรับตัวและเรียนรู้อะไรหลายอย่างที่สำคัญคือการฝึกให้เธอรู้จักดูแลตัวเองเป็นครั้งแรกหลังจากที่เติบโตมาในครอบครัวที่ปกป้องดูแลเธอราวกับไข่ในหินมาโดยตลอด

“ไปวันแรกสอบตกเพราะเขียนไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว แต่เราคิดว่ายังไงก็ไม่กลับจะต้องรอดให้ได้บอกตัวเองอย่างเดียวว่าห้ามถอดใจการได้คะแนน 0 เต็ม 100 ถ้ามองโลกในแง่ดีว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นในห้องนะเพราะกว่า 0 จะไปถึง 100 ปรางค์มีพื้นที่ในสมองที่จะได้เรียนรู้เยอะมากไม่เหมือนคนที่สอบได้ 80-90 แล้ว มีพื้นที่ให้เรียนรู้อีกนิดเดียวดังนั้นเราจะมี Growth opportunity สูงกว่าคนอื่น”

แนะนำบทความน่าอ่าน

เรียนรู้ธุรกิจของครอบครัว

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากญี่ปุ่น ปรางค์ตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านมนุษยศาสตร์และสังคมที่ London School Of Economic & Political ที่อังกฤษ จากนั้นจึงกลับมาหางานที่เมืองไทยโดยเลือกที่จะทำงานในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจของครอบครัวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน 1 ปี จากนั้นเธอจึงเข้ามารับหน้าที่รองประธานสายงานฝ่ายพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว

โจทย์แรกที่คุณพ่อของเธอมอบให้เธอต้องคิดต่อคือจะทำอย่างไรให้ประกันไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อซึ่งปรางค์มองว่าก่อนอื่นต้องทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาที่จับต้องได้ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยรูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงพร้อมชูจุดแข็งของเราในเรื่องบริการมาเป็นอาวุธและจากแนวคิดแบบใหม่นี้เองที่นำไปสู่การออกผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ ๆ ของบริษัท Micro-insurance ที่เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นในราคาไม่ถึง 2,000 บาท หลายปีที่ปรางค์ได้ทำงานกับคุณพ่อถือเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าเธอได้ซึมซับบทเรียนในการทำธุรกิจเพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตมากมาย

“เวลาทำธุรกิจคุณพ่อท่านไม่เคยยกเรื่องเงินขึ้นมาพูดเพราะคุณพ่อบอกเสมอว่าความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของคนเราคือความสำเร็จของครอบครัวถ้าครอบครัวไม่มีความสุข ต่อให้หาเงินได้มากเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมายอะไรเลยนอกจากนี้คุณพ่อยังสอนว่าการเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้วัดที่ความละเอียดเรื่องตัวเลขหรือมีวิสัยทัศน์ที่ดีเท่านั้นแต่ต้องใส่ใจรายละเอียดของลูกน้องด้วย”

ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา

อ้างอิงภาพจาก: Sanook.com

ก้าวใหม่กับธุรกิจสตาร์ทอัพแนวคิดใหม่ U Drink I Drive

หนึ่งในฝันของปรางค์-อภินราคือ การได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างด้วยตัวเองและด้วย Passion ที่มีความมุ่งหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าอยากจะปกป้องชีวิตคน อันถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่สุดในสังคม ดังนั้นเมื่อปรางค์ได้มีโอกาสพบกับหนึ่งในหุ้นส่วนของ U Drink I Drive ที่มารอพบคุณลุงของเธอที่บริษัทเพื่อหารือเกี่ยวกับรูปแบบประกันที่จะตอบโจทย์กับบริการของสตาร์ทอัพโดยบังเอิญเธอจึงได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันซึ่งเมื่อได้คุยไอเดียกับคนที่ทำจริงๆ เธอยิ่งรู้สึกสนใจและมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่เธอมองว่าธุรกิจนี้เป็นประกันภัยแห่งอนาคต

“เราควรจะมีผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อป้องกันคนจากอุบัติเหตุไม่ใช่รอให้เกิดอุบัติเหตุก่อนแล้วค่อยเข้าไปดูแลแล้วคิดจะซื้อประกันเพราะจากสถิติ 80% ของคนไทยเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุในจำนวนนี้อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับดังนั้นบริการนี้คือการเปลี่ยนวิธีคิดการใช้ชีวิตของคนให้ปลอดภัยมากขึ้น”

เธอจึงเข้าร่วมทุนเพื่อปลุกปั้นแจ้งเกิดธุรกิจ U Drink I Drive สตาร์ทอัพแนวคิดใหม่ที่ขออาสาส่งพลขับทำหน้าที่ขับรถพาเหล่านักท่องเที่ยวยามราตรีที่มักดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำทั้งหลายกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพทั้งเจ้าของรถและรถ ซึ่งบริการนี้ไม่เพียงปกป้องชีวิตของลูกค้าที่ใช้บริการเท่านั้นแต่ยังสามารถปกป้องใครหลายคนที่อาจโดนคร่าชีวิตจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวมากมายผ่านสื่อต่าง ๆอีกด้วย

ซึ่งในช่วงที่เธอตัดสินใจเข้ามาเป็นช่วงที่หุ้นส่วนเดิมของ U Drink I Drive เริ่มถอนตัว บริษัทเหลือเงินไม่กี่พันบาทแต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่าไอเดียนี้เวิร์ก! ดังนั้นแค่ 2 สัปดาห์หลังจากที่เจอกับทีมผู้บริหาร U Drink I Drive เธอก็ตัดสินใจนำเงินเก็บส่วนตัวที่มีมาลงทุนโดยไม่รบกวนคุณพ่อคุณแม่และทุ่มเทอย่างเต็มที่กับการพลิกฟื้นธุรกิจสตาร์ทอัพตัวนี้ให้เติบโตและเธอก็พลิกได้จริง ๆ จากยอดการใช้บริการที่เคยอยู่ที่ 13 เที่ยวต่อเดือนกลายเป็น 2,500 เที่ยวต่อเดือนและมีแนวโน้มสดใสขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเจ้าของรถทั่วไปแต่ตอนนี้มีถึงรถระดับซูเปอร์คาร์ มีทั้งลัมโบร์กินีและเฟอร์รารีซึ่งนั่นหมายถึงหลายคนเริ่มมองเห็นว่า ธุรกิจคนขับรถเช่นนี้เป็นทางเลือกเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง

ปรางค์บอกว่าทุกสิ่งที่เธอทำวันนี้อาจเป็นแค่สตาร์ทอัพเล็ก ๆ ที่ยังต้องใช้เวลาในการเติบโตสิ่งที่ทำไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงินแล้วแต่มันคือความสุขทางใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมดูแลลูกค้าที่มีคนที่รักรอเขากลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยทุก ๆ ครั้งที่มีคนบอกเธอว่า

“แม่ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาส่งลูกแม่เมื่อคืนแม่มีลูกชายคนเดียวอายุ 18 ถ้าไม่มาส่งลูกแม่เกิดอะไรขึ้นมาแม่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้ไหม” หรือมีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาบอกว่าสามีทำงานบริษัทญี่ปุ่นและเอนเตอร์เทนลูกค้าหนักมากแล้วเธอเพิ่งมีลูกและไม่เคยนอนหลับเต็มตาได้สักคืนจนกระทั่งมีธุรกิจ U Drink I Drive ทำให้เธอหลับได้ เพราะรู้ว่าสามีจะปลอดภัย ปรางค์บอกว่าคำพูดเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เธอมีกำลังใจตื่นมาทำงานในทุก ๆ วัน

“ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เอาเงินมาลงทุนตรงนี้เงินที่เราเก็บไว้ก็คงจะหมดไปโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตใครเลย”

แนวคิดผู้นำ เพื่อความสำเร็จ

ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของคนเราคือความสำเร็จของครอบครัวถ้าครอบครัวไม่มีความสุข ต่อให้หาเงินได้มากเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย