fbpx
Pomme Chan วาดเส้นทางชีวิตด้วยแนวคิดผู้นำ
5 (100%) 1 vote

Pomme Chan วาดเส้นทางชีวิตด้วยแนวคิดผู้นำ

“Pomme Chan (ปอม ชาน)” ศิลปินนักออกแบบที่เป็นแบบอย่างผู้นำในการสร้างโอกาสให้กับตนเอง ด้วยการจัดวาง Mindset อย่างเป็นระบบและดำเนินชีวิตในทุกก้าวอย่างมีเป้าหมาย

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักออกแบบสาวชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นไปไกลถึงในระดับเวทีโลก เชื่อว่าสายตาของ เรา ๆ ท่าน ๆ ต่างล้วนสัมผัสงานของเธอมามากมาย เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นว่านี่คือผลงานของเธอ ลวดลายเส้นสายที่พลิ้วไหวบนงานออกแบบของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง BMW, Sony, Nike, Adidas ฯลฯ หลาย ๆ ผลงานมาจากฝีมือของเธอผู้นี้ทั้งสิ้น แต่ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดก็คงจะเป็นการที่เธอได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 15 นักออกแบบ ที่ได้รับเลือกให้ออกแบบโปสเตอร์งานประกาศรางวัลออสการ์ประจำปี 2015 นอกจากนั้นแล้ว เธอยังการันตีฝีมือของเธอจากรางวัลอันทรงเกียรติมากมายที่เธอได้รับ สิ่งที่น่าสนใจของ Pomme Chan ไม่ได้มีแค่ผลงานในระดับสากลของเธอเท่านั้น แต่แนวคิดที่มีสไตล์ความเป็นผู้นำของเธอนี่สิ ที่ดูจะเป็นไฮไลท์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ว่ากันว่าศิลปินนั้นมักมีความคิดสร้างสรรค์ แตกต่าง แต่มักไม่ค่อยมีระบบระเบียบ แต่กับ Pomme Chan เธอผู้นี้ คือข้อพิสูจน์ที่แตกต่างออกไป เพราะเธอคือแบบอย่างศิลปินที่เป็นผู้นำทางความคิด เป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า “ศิลปะที่ดีก็เป็นระบบได้”

จัดลำดับชีวิตด้วยแนวคิดที่สดใหม่

Pomme Chan เธอมีพื้นฐานชีวิตที่ดี หลังเรียนจบจากคณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็มีโอกาสได้ลองทำงานออกแบบตกแต่งภายใน แต่พอได้ลองไปสักพักเธอก็รู้สึกกว่ามันไม่ใช่ตัวตนที่ต้องการ เธอต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างจึงเริ่มที่แนวคิดของตัวเอง ลองเดินออกจากเส้นทางเดิมเล็กน้อย ไปศึกษาหาความรู้การออกแบบด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกดีไซน์เพิ่มเติม และเริ่มงานใหม่กับอีกหนึ่งบริษัท แต่ระหว่างทำงานเธอก็พบว่ามีอีกหลายอย่างที่เธอ “รู้” แต่ “รู้ไม่จริง” นั่นจึงทำให้ติดขัด ไม่สามารถจะขยับก้าวต่อไปในชีวิตได้อย่างถนัดเหมือนเช่นที่ผ่านมา เธอมองว่าสิ่งที่ทำให้เธอไปต่อไม่ได้นี้ไม่ใช่ปัญหาและไม่ใช่อุปสรรคอะไร เธอแค่เดินมาผิดซอย ถ้าเธอจะขยับก้าวต่อไปให้ถึงเป้าหมายได้ เธอต้องพัฒนาตนเองกลับไปศึกษาเส้นทางใหม่ และนั่นจึงทำให้เธอออกเดินทางไปศึกษาต่อด้านกราฟิกดีไซน์ที่อังกฤษ และที่อังกฤษนี่เองที่ทำให้เธอเจอ Mindset ชุดใหม่ที่น่าสนใจ

แบบอย่างผู้นำที่ใช้ งาน เป็นเครื่องมือพัฒนาตนเอง

ระหว่างที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษไม่ได้มีอะไรสวยหรูเลยสำหรับเธอ เรียนไปฝึกงานไปพร้อม ๆ กับทำงานพาร์ทไทม์ ซึ่งงานที่เธอทำก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลอค่า หรือสร้างเกียรติยศให้กับเธอ แต่เธอก็ทำ และทำอย่างหนักหน่วงจนแทบจะเรียกว่า อุทิศชีวิตให้กับงานกันเลยทีเดียว ที่เธอทำเช่นนี้ได้มีอยู่สองปัจจัย

ปัจจัยแรกบริบทรอบข้างของเธอในขณะนั้น เพื่อน ๆ ชาวตะวันตกของเธอต่างมี Mindset ชุดเดียวกันหมด ทุกคนมีฝันของตนเอง ใช้การทำงานพัฒนาตนเอง และใช้เป็นบันไดในการสร้างทั้งอาชีพและรายได้ รวมถึงใช้เป็นช่องทางสร้างโอกาสให้กับตนเอง เพื่อไปถึงฝัน แม้ว่างานที่ทำนั้นจะไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ใกล้เคียงกับความฝันของตัวเองเลยก็ตาม

ปัจจัยที่สอง Pomme Chan เองเธอก็มองว่าการทำงานคือการพัฒนาตนเอง ยิ่งทำมากยิ่งชำนาญ ยิ่งชำนาญก็จะยิ่งทำให้เกิดมุมมองที่ลึกซึ้งและทัศนคติที่เป็นบวกต่อสิ่งที่ทำ เมื่อรู้สึกดีต่อสิ่งที่ทำย่อมทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เป็นไอเดียที่สดใสสามารถนำมาประยุกต์กับการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่รู้จบแม้ว่างานที่ทำจะไม่ตรงกับความฝันบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างไรก็ต้องเกิดทักษะอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นประโยชน์กับชีวิตแน่นอน ชีวิตมันต้องเป็นลำดับขั้นแบบนี้ไป ปรับเปลี่ยนแนวคิดของตัวเองให้ได้ จนได้ Mindset ที่ถูกต้องมีความสดใหม่ แล้วกำลังใจในการพัฒนาตนเองเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ต้องการก็จะมา

“ช่วงนั้นเราต้องทำงานพาร์ทไทม์เยอะมาก แต่ไม่ได้รู้สึกห่วยนะ เพราะเพื่อนฝรั่งทุกคนก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีใครดูถูกใคร มันก็เหนื่อยเท่ากัน ชีวิตเราไม่ได้เหนื่อยกว่าชีวิตเขา มันไม่ใช่ความลำบาก มันคือชีวิต”

แนะนำบทความน่าอ่าน

แบบอย่างผู้นำที่ไม่เคยมีเวลาให้กับความพ่ายแพ้

“เอ้า รออะไรอยู่ล่ะ You มีเวลาเป็นผ้าขี้ริ้วได้ 5 นาทีนะ แล้วก็เก็บตัวเองขึ้นจากพื้นซะ เดินไปหาโอกาสใหม่ ๆ สิ”

นี่คือแบบอย่างแนวคิดของคนที่จะเป็นผู้นำสไตล์ชาวตะวันตก แม้ไม่ใช่แนวคิดใหม่แต่อย่างใด แต่สามารถสร้างกำลังใจและปรับเปลี่ยนแนวคิดของ Pomme Chan ได้ ในช่วงหนึ่งที่เธอทำงานอยู่ในต่างประเทศทุกอย่างเหมือนกำลังไปด้วยดี แต่อยู่ ๆ บริษัทก็ปิดตัวลง เธอจะเศร้าจะหดหู่ก็ไม่แปลก แต่เธอไม่มีเวลาและ Moment แบบนั้น เพราะโดน Mindset ชุดใหม่ข้างต้นชนเข้าเต็ม ๆ ทำให้เธอต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีแนวคิดที่มองโลกในมุมบวกอยู่เสมอแม้เวลาที่พ่ายแพ้ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เป็นผู้นำที่ดีและประสบความสำเร็จทั้งหลาย พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยมีเวลาให้กับความพ่ายแพ้และผิดหวัง เธอจึงเดินหน้าต่อไป ค่อย ๆ สร้างโอกาสให้กับตนเองอย่างเป็นระบบและลำดับขั้น

งานที่ทำเริ่มไม่ตอบโจทย์ก็หาช่องทางใหม่ ทดลองใช้แนวคิดใหม่ แต่วางแผนก่อนทำในทุกขั้นตอน การสร้างโอกาสให้กับตนเองอย่างมีระเบียบแบบแผน จึงเป็นการสร้างทั้งอาชีพ ชื่อเสียงและรายได้ให้กับเธอ จนเธอก้าวมาสู่ศิลปินนักออกแบบแถวหน้า และกลายมาเป็นแบบอย่างศิลปินที่เป็นผู้นำทางความคิดในวันนี้ แนวคิดที่มีสไตล์ความเป็นผู้นำของเธอ ไม่ใช่มีแค่ความแตกต่างและสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นอะไรที่ชัดเจน มีเป้าหมายและลำดับขั้นแน่นอน

แบบอย่างผู้นำที่มีเป้าหมายกับทุกสิ่งที่ทำ

คนที่จะเหมาะสมกับคำว่าแบบอย่างผู้นำนั้นไม่ว่าจะทำสิ่งใด ๆ พวกเขาเหล่านั้น ล้วนจะต้องมีการคิดวางแผนและกำหนดเป้าหมายที่จะไปให้ถึงไว้ก่อนเสมอ Pomme Chan คือแบบอย่างผู้นำในด้านนี้ที่มีความชัดเจนในความคิดและการใช้ชีวิต ก้าวทุกก้าวในชีวิตอย่างมีเป้าหมาย และหากเมื่อก้าวไปแล้วเกิดปัญหาติดขัดไปต่อไม่ได้ เธอก็ไม่มานั่งทุกข์หรือเครียดให้เสียเวลา แต่เธอจะค้นหาวิธีการใหม่ที่จะนำเธอออกจากปัญหาและนำไปสู่เป้าหมายที่เธอตั้งไว้ ด้วยแนวคิดที่มีสไตล์ความเป็นผู้นำของเธอนี่เองที่ทำให้เธอ เหมาะสมอย่างยิ่งกับคำว่าแบบอย่างผู้นำ สิ่งสำคัญก็คือคนที่เป็นผู้นำที่ดีทุกคน ไม่ว่าเขาหรือเธอผู้นั้นจะอยู่ในสายงานและอาชีพไหน ก็ล้วนจะให้ความสำคัญกับสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอยู่เสมอนั่นคือ “การตั้งเป้าหมายต่อสิ่งที่จะทำให้ชัดเจน” ก่อนที่จะลงมือทำ อย่างเช่นสุดยอดนักธุรกิจไทยอย่างเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์

สิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการก่อนที่จะทำสิ่งใด ๆ ก็ตามคือ “เป้าหมายที่ชัดเจน”หรือจะเรียกว่าทิศทางก็ได้ ยิ่งโดยเฉพาะการทำธุรกิจถ้าปราศจากเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้สูญเสียสิ่งต่าง ๆ มากมายทั้งทรัพยากร เวลา โอกาสรวมถึงตลาดที่มุ่งหวัง จนสุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งแห่งความสำเร็จที่ตั้งไว้”
ธนินท์ เจียรวนนท์

เจ้าสัวธนินท์ แบบอย่างผู้นำในด้านธุรกิจคืออีกหนึ่งคนที่ยืนยันว่าความสำเร็จในวันนี้ของเขาเกิดขึ้นได้ก็เพราะเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานเสมอ คำกล่าวของเจ้าสัวธนินท์ ตอกย้ำชัดในเรื่องนี้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ในสายอาชีพใด ถ้าต้องการไปสู่ความสำเร็จก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดของตนเอง ให้มีแนวคิดอย่างผู้นำเสียก่อน ซึ่งผู้นำที่ดีไม่ว่าจะลงสู่ศึกสมรภูมิไหนก็ตาม เป้าหมายที่ชัดเจนก็มีอยู่แล้วนั่นคือ ชัยชนะ และมีการบริหารจัดการสั่งการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเสมอ ซึ่งคุณเองก็สามารถก้าวไปสู่การเป็นแบบอย่างผู้นำได้ แค่อย่าหยุดที่จะพัฒนาตนเองให้มีแนวคิดใหม่เท่านั้น

No more articles