fbpx
Flow Account ตัวอย่าง Start Up ดาวรุ่งกับ 4 กองทุนที่สนับสนุนธุรกิจ
Rate this post

อย่างที่เราต่างรู้กันดีว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจไม่ว่าจะสตาร์ทอัพหรือ SMEs สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือการทำระบบบัญชี ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากและเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย แน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจมือใหม่ย่อมอยากใช้เวลาในการโฟกัสไปยังแผนธุรกิจ การสร้างโอกาสและการสร้างรายได้ให้บริษัทมากกว่าการงมอยู่กับตัวเลขและเอกสารบัญชี จึงอาจเลือกที่จะใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปต่างๆ ที่มีขายอยู่ทั่วไปซึ่งมักพบว่า ใช้งานยากและราคาแพง แต่จะจ้างพนักงานบัญชีมาดูแล สตาร์ทอัพมือใหม่หรือเจ้าของกิจการ SMEs เล็กๆ อย่างเราก็สู้เงินเดือนไม่ไหว ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของสตาร์ทอัพดาวรุ่งแนวคิดใหม่อย่าง Flow Account ซอฟท์แวร์ระบบบัญชีสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจสตาร์ทอัพและ SMEs ได้อย่างโดนใจ ที่มาที่ไปของเค้าเป็นอย่างไร  เราไปทำความรู้จักกัน

Flow Account คืออะไร?

เป็นเว็บไซต์โปรแกรมบัญชีออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระส่วนตัว ผู้เริ่มทำธุรกิจ เจ้าของกิจการสตาร์ทอัพและธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเมื่อสมัครใช้บริการแล้ว Flow Account สามารถใช้ในการทำบัญชีและรายงานทางการเงินของบริษัท รวมไปถึงสร้างและบันทึกธุรกรรมทางบัญชีต่างๆ ตั้งแต่ เปิดใบสั่งซื้อ ทำใบแจ้งหนี้ ใบลดหนี้ ใบเสร็จ ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ฯลฯ ลงในเว็บไซต์ของผู้ให้บริการโดยตรง เน้นการใช้งานที่ง่ายและสะดวก เจ้าของธุรกิจแบบคนเดียวก็สามารถทำได้เลยด้วยค่าบริการที่ถูกมาก โดยเริ่มต้นที่ปีละ 990 บาทเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของไอเดีย

ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ผมเป็นเจ้าของกิจการซื้อบัญชีทั่วไปมาใช้ ราคาก็ค่อนข้างสูง2-3 หมื่นใช้เองแล้วก็รู้เลยว่าไม่ดี ใช้ยาก คิดอีกทางว่าจะจ้างคนทำก็ไม่มีตังค์ คนทำบัญชีเก่งๆ เงินเดือน 3-4 หมื่นหรือมากกว่านั้น เอสเอ็มอี ทุนน้อยอยู่แล้วจะจ้างได้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องลงมือเอง ลงบันทึกบ้าง ไม่ลงบ้าง สิ้นปีก็ต้องจ้างนักบัญชีทำให้อีกที คนที่เริ่มธุรกิจใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาในเรื่องนี้ แต่ถึงจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก การทำบัญชีก็เป็นสิ่งสำคัญ และเจ้าของกิจการต้องมีความเข้าใจและทำเป็น”กฤษฎา ชุตินธร Co Founder บริษัท บริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด

คุณกฤษฎาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Flow Account ก็เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพ ที่เริ่มต้นไอเดียธุรกิจจากปัญหาที่พบเจอกับตัวเอง เพราะภายหลังเรียนจบทางด้านวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล คุณกฤษฎาก็ลงมือทำธุรกิจและสร้างกิจการมาแล้วไม่น้อย เช่น ธุรกิจด้านการผลิตสื่อโฆษณาทางออนไลน์ และธุรกิจด้านการพัฒนาซอฟแวร์ และจากการได้ลุยเปิดธุรกิจของตัวเองเรื่อยมาทำให้พบว่า ไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหนที่ทำธุรกิจแล้วอยากจะมาลงทุนและปวดหัวในเรื่องของเอกสารและงานบัญชี เพราะส่วนใหญ่ก็อยากที่จะโฟกัสกับแผนธุรกิจที่สร้างขึ้นมามากกว่าทั้งนั้น

คุณกฤษฎากับพี่ชาย และเพื่อนๆ จึงคิดและพัฒนาโปรแกรมซอพแวร์บัญชีให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางด้านบัญชีมาก่อน โดยตั้งใจที่จะทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ กลุ่ม SMEsและสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจโดยเฉพาะ จึงเกิดเป็น “Flow Account” ขึ้นมาในที่สุด

แนะนำบทความน่าอ่าน

กว่าจะมีวันนี้…ไม่ได้ง่าย

การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ในสิ่งที่ไม่ถนัดนั้นเป็นงานที่ยาก แล้วยิ่งต้องมาเจาะตลาดซอฟแวร์ในไทยที่ผู้คนส่วนใหญ่เคยชิน กับการใช้ซอฟท์แวร์ฟรีแล้วด้วยนั้นยิ่งทั้งยากและท้าทายแบบสุดๆ นอกจากนี้ต้นทุนในการพัฒนาโปรแกรมก็เป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินลงทุนในการพัฒนาที่สูงมาก ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าที่จะสร้างรายได้ คุณกฤษฎา อธิบายว่าช่วงตั้งไข่(ธุรกิจ) ซอฟต์แวร์ต้องพัฒนาให้เยอะมาก กว่าจะเริ่มขายได้ เรียกว่า ต้องทำตั้งแต่ศูนย์ถึงร้อย ซึ่งในส่วนนี้ Flow Account ใช้เวลาพัฒนา 1-2 ปี ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้เงินทุนส่วนตัวลงไปในหลักล้านเพื่อใช้พัฒนาและทุนใกล้จะหมดลง เราจึงเริ่มเข้าหาแหล่งเงินทุนเพื่อหาผู้เข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจและสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้น

แหล่งเงินทุนสนับสนุนธุรกิจ

FlowAccount ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการ AIS The StartUp 2015 ได้รับรางวัลเงินสด 1,000,000 บาท จากเอไอเอส และ 2,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 72,000 บาท) จากซัมซุงเอเชียเพื่อสนับสนุนธุรกิจ และภายหลังจากที่แอปพลิเคชั่น FlowAccount.com ระบบจัดการบัญชีสำหรับสตาร์ทอัพและ SMEs ออกสู่ตลาดได้เพียง 3 ปี การระดมทุนในระดับ Pre Series A ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยได้รับเงินทุน 1.15 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้ลงนามเซ็นสัญญาการลงทุนกับ SBI Investment กองทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ที่ลงทุนในบริษัทฟินเทคชั้นนำทั่วโลก พร้อมกับ Beacon VC กองทุนจากบริษัทของธนาคารกสิกรไทย กองทุน Golden Gate Ventures จากประเทศสิงคโปร์ และกองทุน 500 TukTuks กองทุนชื่อดังของไทยร่วมลงทุนด้วย

ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ Flow Account ที่จะคิดค้นฟังก์ชันใหม่ๆ เพื่อนำเข้ามาเสริมกับระบบบัญชีออนไลน์เดิม ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้มากขึ้น พร้อมยังตั้งเป้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์โซลูชันสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพและ SMEs ให้เติบโตและมีความแข็งแกร่งให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ในยุคดิจิตอลแบบนี้อีกด้วย

จังหวะ โอกาสและการสนับสนุนจากภาครัฐ

คุณกฤษฏายอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Flow Account เติบโตและประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายนั้น เกิดจากหลายปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยสนับสนุนและสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นจากการที่กรมสรรพากรส่งเสริมบัญชีเดียว tax invoice ทุกอย่างขึ้นบนออนไลน์, แรงหนุนมาจากรัฐบาลผลักดันให้เกิดธุรกิจบนออนไลน์มากขึ้น, ธนาคารต่างๆ เปิดรับและให้การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ เป็นต้น

“เราเป็นแพลทฟอร์มออนไลน์ และจะมีความเป็นระบบที่ครบวงจรมากขึ้น ซึ่งภาพรวมๆ แล้วถือเป็นทิศทางที่น่าตื่นเต้น หลายๆ ครั้งการทำสตาร์ทอัพให้สำเร็จอยู่ที่ Timing จังหวะดีก็รุ่งง่ายขึ้น จังหวะไม่ดีก็รุ่งได้แต่อาจต้องใช้เวลา ในตอนนี้จังหวะดีมาก ธนาคารเปิดรับ รัฐบาลสนับสนุนให้ทำธุรกิจออนไลน์ ทุกอย่างก็เข้าทาง”

FlowAccount ตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ใช้งานจริงมากกว่า 10,000 บริษัท และมีการออกใบกำกับภาษีในระบบกว่า 100,000 ใบต่อเดือน และในอนาคตเตรียมตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการทำ e-tax invoice พร้อมเป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมต่อกับโซลูชันต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน อาทิ Food Solution ระบบเชื่อมต่อการจัดการร้านอาหารอีกช่องทางด้วย

บางครั้งการหยิบปัญหาใกล้ตัวที่พบเจออยู่มาคิดหาโซลูชั่นเพื่อตัวเอง แล้วพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แบบไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรืออาศัยโชคชะตาแต่อย่างใด แต่เกิดจากการศึกษาในปัญหาที่เกิดอย่างลึกซึ้ง ทุ่มเทพัฒนาหาวิธีแก้ปัญหา และเมื่อพบแล้วไม่หยุดที่จะสร้างโอกาสเพื่อหาสิ่งที่จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตและประสบความสำเร็จในสเกลที่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นได้ นี่แหล่ะคือสตาร์ทอัพดาวรุ่งตัวจริง

No more articles