fbpx
สร้างโอกาสให้ทุกธุรกิจ กับ 5 แหล่งเงินทุนที่สนับสนุนสตาร์ทอัพ
3 (60%) 2 votes

อย่างที่รู้กันดีว่าธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นจากไอเดียและ Business Model ที่ต้องทำซ้ำได้ สามารถสร้างผลกำไรได้สูงแบบก้าวกระโดด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าการทำธุรกิจสตาร์ทอัพหรือ SME สิ่งที่สำคัญในการต่อยอดไอเดียและแผนธุรกิจที่วางไว้ให้สามารถขับเคลื่อนได้จริง ก็คือเงินลงทุน ในขั้นต้นเจ้าของกิจการมักเริ่มจากใช้ทุนส่วนตัว แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องการก้าวกระโดดตาม Business Model ที่วางไว้ไปในสเกลที่ใหญ่ขึ้น การระดมทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจให้ไปถึงจุดหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็น มาทำความรู้จักกับ 5แหล่งเงินทุนสุดเจ๋ง ที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตกันดีกว่า

1. GSB สุดยอด SMEs STARTUP

เป็นโครงการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและ SMEs ของธนาคารออมสิน ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจ SMEs หรือ Startup ที่สามารถทำได้เลย ทำได้เร็วและทำได้จริง ช่วยสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้ตาม Business Model ที่เจ้าของกิจการได้วางไว้ โดยช่วยเปิดช่องทางการพบกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหม่ กับแหล่งเงินทุนหรือ Venture Capital ( VC ) เพื่อทำการขอทุนในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้โครงการของ GSB สุดยอด SMEs STARTUP ยังช่วยส่งเสริมความรู้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เจ้าของธุรกิจ โดยทางโครงการมีเงินทุนประเดิมในการสนับสนุน หรือต่อยอดธุรกิจมอบให้ เป็นมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาทเลยทีเดียว

หากเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพหรือ SMEs คนไหน มั่นใจว่าธุรกิจที่ทำอยู่เป็นธุรกิจที่มีความสุดยอดทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ แผนธุรกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ อย่าลังเลใจรีบสมัครกันได้เลย

2. AddVentures

บริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital  ของเอสซีจี อยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale” มีเป้าหมายเพื่อดึงศักยภาพสตาร์ทอัพทั่วโลก ให้มาร่วมกันยกระดับ Ecosystem ด้วยองค์ความรู้ เครือข่าย และฐานลูกค้าทั่วอาเซียน ซึ่งรูปแบบการลงทุนในช่วง 3-5 ปีแรก จะวางงบประมาณในการลงทุนเฉลี่ยครั้งละ 1-5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเทคโนโลยีเป้าหมายที่ AddVentures สนใจลงทุน ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.Enterprise 2.Industrial และ 3.B2B  โดยภายใต้แต่ละกลุ่มหลัก ยังมีกลุ่มย่อยๆ เช่น Logistics & Supply Chain Tech, Smart Packaging Tech, Chemicals Tech, Construction Tech, Industrial & Manufacturing Tech, Industrial & Construction Product Marketplace เป็นต้น

ซึ่งทั้งหมดจะเป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่มของเอสซีจี ได้แก่ 1.ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 2.ธุรกิจเคมิคอลส์ และ 3.ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ขณะที่รูปแบบการลงทุนจะเปิดกว้าง ทั้งการสร้างโอกาสให้แก่สตาร์ทอัพได้เรียนรู้และใช้คอนเนคชั่นของทาง SCG เพื่อพัฒนาและเติบโต รวมไปถึงการสนับสนุนธุรกิจของสตาร์ทอัพในด้านความร่วมมือเชิงพาณิชย์ (Commercial Deal) ทั่วไป การอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (Licensing) การร่วมทุน (Joint Venture) ไปจนถึงการเข้าซื้อกิจการในสตาร์ทอัพนั้นๆ

แนะนำบทความน่าอ่าน

3. SCB Digital Ventures

บริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 ตามกลยุทธ์ในการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ของทางธนาคารฯ โดย ดิจิทัล เวนเจอร์ส มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมธนาคารผ่านการลงทุน การค้นคว้านวัตกรรม รวมถึงการสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการไทยให้เติบโตร่วมไปกับธนาคารฯ โดย ดิจิทัล เวนเจอร์ส จะร่วมสร้างโอกาสและสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตผ่านทาง

LAB/Products  : ห้องแลปพัฒนาดิจิตัลเทคโนโลยีทางด้านการเงินโดยมุ่งเน้นไปที่เรื่อง IoT Biometric Blockchain Machine Learning ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงสังคม วิถีชีวิต และโลกของเราอย่างแน่นอนในอนาคต โดยแลปจะมีที่ปรึกษาให้สตาร์ทอัพ ว่าสิ่งที่คุณคิดทำอยู่เป็นไปได้แค่ไหนมีเทคโนโลยีอะไรที่จะสนับสนุนธุรกิจของคุณได้บ้าง จนเป้าหมายของคุณเป็นจริง

Digital Ventures Accelerator : โปรแกรม Digital Ventures Accelerator ของ SCB จะเป็นที่สำหรับให้เหล่าสตาร์ทอัพได้มาเข้าร่วมเป็นเวลา 6 เดือน โดยจะสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบติดจรวดทางธุรกิจของสตาร์ทอัพให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นทั้งด้านการวางแผนธุรกิจและ Business Model โดยจะมี Mentor ทางธุรกิจมาวิจารณ์และให้คำแนะนำว่าแผนธุรกิจ หรือ Business Model ของสตาร์ทอัพยังต้องปรับปรุงแและเพิ่มเติมอะไรบ้าง เพื่อให้สตาร์ทอัพเป็นรูปเป็นร่าง และพัฒนาไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีเงินตั้งต้นให้อีก 300,000 บาท และมีโอกาสได้ไปพิชชิ่งงานกับลูกค้าแถวหน้าของ SCB รวมถึงคอนเน็คชั่นกับ VC Funders และนักลงทุนอีกมากมาย ตัวอย่างสตาร์ทอัพรุ่นแรกๆ ของ DVA ก็เช่น Refinn สตาร์ทอัพรีไฟแนนซ์, Flowaccount ระบบบัญชีออนไลน์, Petinsure ประกันภัยออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยง, Peer power บริการสินเชื่อ, Convolab สตาร์ทอัพพัฒนาแชทบอทสำหรับธุรกิจ เป็นต้น

4. DTAC Accelerate

เป็นโครงการบ่มเพาะ Startup จากค่ายมือถือ DTAC ที่สนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพมานานถึง 6ปีแล้ว ซึ่งนอกจะเป็นแหล่งเงินทุนและขุมความรู้ด้านสตาร์ทอัพที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวจริงในการปั้นสตาร์ทอัพในไทยแล้ว DTAC Accelerate ยังมีพันธมิตรระดับโลก เช่น Google Developers, LINE, Facebook และนักลงทุนจากองค์กรธุรกิจใหญ่ หรือ Corporate Venture Capital อย่าง เมืองไทยประกันชีวิต และ ไทยวา ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งให้ Startup ที่เข้าร่วมโครงการสามารถเติบโตทางธุรกิจได้เร็วขึ้น โดยสตาร์ทอัพใน Portfolio ของที่นี่มีตั้งแต่ Agritech (เทคโนโลยีทางการเกษตร) Edtech (เทคโนโลยีทางการศึกษา) ไปจนถึง Deep Tech (เทคโนโลยีเชิงลึก) ซึ่งเปิดกว้างสำหรับสตาร์ทอัพในทุกขั้น ไม่ว่าจะมีแค่ไอเดียหรือมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้แล้ว ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการของ DTAC Accelerate ได้

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ DTAC Accelerate ดีกว่าที่อื่นๆ และ Startup ควรสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ คือ

  1. รวม Startup Hero มาทำหน้าที่ Mentor : มีเหล่า Mentor เก่งๆ สุดเจ๋งในไทยมารวมตัวกันมากมาย ซึ่งคนเหล่านี้มารวมตัวกันด้วย “ใจ”  ที่อยากช่วยสตาร์ทอัพ น้องใหม่ให้แจ้งเกิดอย่างแท้จริง
  2. ที่นี่ให้มากกว่าแค่เงินลงทุน : สตาร์ทอัพ ต้องการแหล่งเงินลงทุนสำหรับเริ่มต้นธุรกิจ แต่สิ่งที่ประเมินมูลค่าไม่ได้คือ ความช่วยเหลือทางธุรกิจอื่นๆ เช่น เป็นที่ปรึกษาทางการตลาด ทางกฎหมาย ทางการเงิน การได้เรียนรู้ ลองผิดลองถูกและหากเป็นผู้ที่ได้รับเลือก จะมีโอกาสได้ไปที่ Silicon Valley ถิ่นกำเนิด Startup อันดับ 1 อีกด้วย
  3.  สร้าง Connection มุ่งสู่ VC : เงินทุนจาก VC คือสิ่งที่จะมาสนับสนุนธุรกิจทำให้สตาร์ทอัพ เติบโตซึ่ง dtac accelerate เป็นโครงการปั้นสตาร์ทอัพ ที่เป็นที่รู้จัก และเห็นแล้วว่าที่ผ่านมามีสตาร์ทอัพ ดาวรุ่งเกิดขึ้น ดังนั้นการได้ชื่อว่าผ่าน accelerate แห่งนี้มา จะมี VC ให้ความสนใจอย่างแน่นอน

4.ผลงานที่ผ่านมา พิสูจน์ความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา : ปัจจุบันโครงการ dtac Accelerate มีสตาร์ทอัพ ที่ประสบความสำเร็จถึง 34 บริษัท มีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ และในปี 2017 สตาร์ทอัพ ของ dtac Accelerate ได้รับการลงทุนในระดับซีรี่ส์ A ถึง 3 บริษัท และมีอีก 8 บริษัทได้รับเงินลงทุนในระดับ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 9.5 ล้านดอลลาร์ 

5. True Incube

เป็นโครงการที่บริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด การเป็นระบบนิเวศน์ที่สนับสนุนสตาร์ทอัพเพื่อสร้างธุรกิจนวัตกรรมในระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการเป็นผู้นำในการให้บริการแบบครบวงจรแก่สตาร์ทอัพ ในอาเซียน และให้เงินทุนสนับสนุนกับธุรกิจ Tech Startup โดยเฉพาะ E-commerce, Digital Marketing, CRM, Payment, Logistic หรือ Agriculture จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

โดยจะเป็นโครงการสำหรับสตาร์ทอัพ ที่จดทะเบียนบริษัทเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว มีสินค้าและบริการ หรือสินค้าต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริง (Functioning Prototype) ที่กำลัง ให้บริการอยู่ในตลาดในปัจจุบันและกำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจ ซึ่งหลักสูตรบ่มเพาะสตาร์ทอัพ 3 เดือนของ TRUE Incube มอบโอกาสในการที่สตาร์ทอัพ จะได้รับเงินลงทุนเป็นจำนวน 2 ล้านบาท สูงสุด 4.5 ล้านบาท รวมถึงได้รับการสนับสนุนทางด้านสื่อในเครือมูลค่า 1 ล้านบาทต่อทีม การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีเช่น cloud service นอกจากนี้สตาร์ทอัพ ยังจะได้มีโอกาสพบกับนักลงทุนระดับโลก ผ่านเครือข่ายของเรา ในวัน Synergy Day และโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของ ทรู ดิจิทัลพาร์ค และสถานที่ทางานฟรีเป็นเวลา 1 ปีอีกด้วย

ได้รู้จักกับ 5แหล่งเงินทุนที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพกันไปแล้ว จะเห็นได้ว่าการเข้าร่วมโครงการเหล่านนี้ นอกจากจะได้รับการสนับสนุนธุรกิจในด้านของการเป็นแหล่งการหาเงินทุนจาก VC และการให้เงินทุนเริ่มต้นผ่านรูปแบบเงินรางวัลแล้ว สิ่งที่จะได้รับมากยิ่งกว่าคือการได้เข้าร่วมฝึกอบรมกับ mentor หรือเจ้าของกิจการสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพรูปแบบต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถนำไปต่อยอดในการวางแผนธุรกิจและ Business Model ของคุณ ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสให้คุณได้เจอกับคอนเน็คชั่นใหม่ๆ ที่จะช่วยให้สตาร์ทอัพของคุณเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ในอนาคตอีกด้วย

No more articles