fbpx
“เจมส์ คาเมรอน” ผู้กำกับพันล้าน – คิดให้ใหญ่แล้วไปให้ถึง!
5 (100%) 1 vote

เมื่อพูดถึงวงการภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดแน่นอนว่าชื่อของ เจมส์ คาเมรอน ชื่ออันดับต้น ๆ ที่ผู้คนนึกถึง เพราะเขา คือ ผู้กำกับมือทองที่มีแนวคิดไม่ธรรมดา และสร้างปรากฎการณ์ใหม่ ๆ ให้กับวงการภาพยนต์อยู่เสมอ แต่กว่าจะก้าวมาเป็นผู้กำกับแถวหน้าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ขนาดนี้เขาวาง mindset ของชีวิตอย่างไร และมีวิธีพัฒนาตัวเองแบบไหนให้สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคในชีวิตมาได้ เรามาติดตามกัน

ชีวิตที่เหมือนจะเรียบง่ายแต่ไมใช่

เจมส์ คาเมรอน เป็นชาวแคนาดาครอบครัวของเขามาตั้งรกรากที่อเมริกา โดยที่พ่อยึดอาชีพเป็นวิศวกรด้านวางระบบและไฟฟ้า ส่วนแม่เป็นนางพยาบาลและจิตกร ตอนเด็ก ๆ คาเมรอนเคยให้สัมภาษณ์ว่าในวัยเด็กของเขาไม่ได้ลำบากอะไรแต่ก็ไม่ได้หรูหรา พวกเขามีชีวิตเรียบง่ายแบบสบาย ๆ และเพราะไม่ได้ยากจนข้นแค้นเขาจึงมีความฝันแบบเด็ก ๆ ว่าขึ้นอยากเป็นจิตกรแบบแม่ จนเมื่อเขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนียร์ ในสาขาฟิสิกส์ แล้วเริ่มค้นพบว่าสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง

จุดเปลี่ยนในชีวิตจึงเริ่มจากการที่คาเมรอนเลือกที่จะดร็อปเรียนตอนปี 2 แล้วไปรับจ้างขับรถบรรทุกโดยเขาพัฒนาตัวเองที่จะทำตามความฝันด้วยการใช้เวลาว่างหัดเขียนบทหนังและเข้าห้องสมุดอ่าน จด และถ่ายเอกสารวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาด้านภาพยนตร์ ในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งทำให้เขาสะสมความรู้ด้านการถ่ายทำและเทคนิคพิเศษมาได้อย่างมากมาย

“STARWARS” จุดประกาย การเป็นคนสร้างหนัง

ในปี 1977 หลังจากที่คาเมรอนได้ชม Star Wars หนังไซไฟเรื่องดังของ จอร์จ ลูคัส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เขายึดเป็นตัวอย่างในด้านการทำงาน เขาก็บอกกับตัวเองว่าจะสร้างหนังที่ดีเทียบเท่าสตาร์วอร์ให้ได้ และสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากการขับรถบรรทุก และทำให้เขาเริ่มฝึกทำหนังสั้นเรื่องแรกความยาว 10 นาทีเรื่อง Xenogenesis ในปี 1978 จากนั้นเขาก็เข้ามาทำงานภาพยนตร์เต็มตัวในหลากหลายตำแหน่งงานเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการทำหนังให้กับตัวเอง โดยทำงานให้กับ โรเจอร์ คอร์แมน ในเรื่อง Battle Beyond the Stars ในปี 1980 และสุดท้ายความมุ่งมั่นพยายามก็เห็นผล เมื่อเขาได้นั่งแท่นเป็นผู้กำกับฝ่ายศิลป์ให้กับหนังของ จอห์น คาร์เพนเตอร์ เรื่อง Escape from New York ในปี 1981 และในที่สุดก็ได้เป็นผู้กำกับและเขียนบทให้กับหนังเรื่องแรกของเขา Piranha Part Two : The Spawning ในปี 1981 ด้วยทุนสร้างไม่มากแต่กลายเป็นว่าผลงานชิ้นแรกของเขากลับล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าคนแทบจะไม่รู้จัก

ชีวิตการสร้างหนังที่มีทั้งขาขึ้นและลง

แม้หนังเรื่องแรกของเขาจะล้มไม่เป็นท่า เพราะแนวคิดและรูปแบบหนังที่ใหม่เกินไปจนไม่เป็นที่ยอมรับจากผู้ชมหมู่มาก แต่คาเมรอนก็ไม่เคยจะละทิ้งความพยายามเขาหายไป 3 ปี แล้วกลับมาอีกครั้งกับหนังเรื่อง Terminator หรือคนเหล็กที่หลาย ๆ คนรู้จักที่ลงทุนสร้างไปเพียง 7 ล้านเหรียญแต่สามารถโกยเงินได้ถึง 78 ล้านเหรียญทั่วโลก

หนังเรื่องนี้นอกจากจะประสบความสำเร็จอย่างสูงจนถูกสร้างภาคต่อออกมาอีกหลายภาคแล้วยังทำให้เขาได้พบรักกับภรรยาคนแรก Gale Anne Hurd ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนบทและอำนวยการสร้างหนัง Terminator มาด้วยกันจากนั้นคาเมรอนก็สร้างหนังสไตล์ไซไฟแบบที่เขาหลงไหลออกมาเรื่อย ๆ มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเสมอตัวและเจ๊งไม่เป็นท่าจนต้องเงียบหายไป

ชีวิตพลิกเพราะหนังฟอร์มบิ๊ก TITANIC

ในปี 1997 คาเมรอนกลับมาแก้ตัวใหม่ และครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พลิกชีวิตของเขาเลยทีเดียว เมื่อเขาทุ่มสุดตัวให้กับหนังเรื่องใหม่ Titanic ทั้งเขียนเรื่องและอำนวยการสร้างรวมไปถึงการหาผู้ร่วมทุนรายใหญ่เพราะ Titanic เป็นหนังที่ลงทุนสูงมากถึง 200 ล้านเหรียญ จนบริษัทใหญ่อย่าง 20 th Century fox ต้องจับมือออกทุนกับ Paramount Picture แต่เมื่อหนังออกฉายทุกคนทั่วโลกต่างเทใจกับความรักของแจ็คกับโรส ท่ามกลางโศกนาฎกรรมบนเรือเดินสมุทรขนาดยักษ์ที่อัปปางกลางมหาสมุทร

ความซาบซึ้งกินใจในความรักกับภาพฉากที่ยิ่งใหญ่อลังการสไตล์หนังในยุคก่อนทำให้หนังเรื่องนี้กวาดรายได้ทั่วโลกเป็นสถิติรายรับสูงสุดตลอดกาลยืนนานมาจนปัจจุบันที่ 1,848 ล้านเหรียญ นอกจากนั้น Titanic ยังกวาดรางวัลออสก้าไปถึง 11 รางวัล และหนึ่งในจำนวนนั้นคือรางวัลหนังยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม หนังเรื่องนี้โชว์ศักยภาพให้โลกได้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดยั้งของตัวเขาเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นปีที่คาเมรอนประสบความสำเร็จสุงสุดในฐานะของนักสร้างหนังและผู้กำกับอย่างแท้จริง

AVATAR 12 ปีที่หายไปกับความก้าวล้ำที่ไม่ธรรมดา

หลังจากหยุดสร้างหนังไปถึง 12 ปีเต็ม คาเมรอนก็กลับมาอีกครั้งกับแนวคิดการทำหนังที่สุดอลังการแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน หนังเรื่องใหม่นี้เต็มไปด้วยเทคนิคพิเศษแบบสุดล้ำซึ่งเป็นหนัง CG ทั้งเรื่องที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำและออกฉายแบบ 3D ซึ่งก็คือหนัง Avatar นั่นเอง เขาทำให้คนทั่วโลกได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเทคนิคภาพที่สวยงามของดาวแพนโดร่า และเรื่องราวความรักของทหารหนุ่มพิการกับหญิงสาวชาวเผ่าบนดาวอันแสนห่างไกลด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น น่าติดตามและภาพ CG ของหนังที่สวยงามแบบตรึงใจด้วยเทคนิคของการสร้างหนังแบบ 3D จนทำให้หนังเรื่องนี้ขึ้นแท่นหนังทำรายได้สูงสุดเป็นอับดับหนึ่งแซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง Titanic ในที่สุด

หากนับช่วงเวลาในการโลดแล่นอยู่ในวงการภาพยนตร์ของคาเมรอนที่ยาวนานกว่า 20 ปีกับจำนวนหนังที่เขาสร้างและกำกับแล้วถือได้ว่าเขาเป็นผู้กำกับหนังที่มีผลงานออกมาไม่มากนัก แต่ผลงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในเรื่องของรายได้และรางวัล รวมถึงการนำเสนอแนวคิดและเทคนิคใหม่ ๆ ให้กับวงการหนังยู่เสมอ สิ่งนี้เป็นลักษณะพิเศษของคาเมรอน เขาเป็นนักฝันที่ไม่เคยหยุดความพยายาม ความใฝ่รู้และลงมือทำมันอย่างมุ่งมั่นหลงใหล การรู้จักวาง mindset ของชีวิตแล้วทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทุก ๆ สิ่ง ทำให้เขากลายเป็นบุคคลตัวอย่างที่คนรุ่นใหม่ควรอย่างยิ่งที่จะเดินตาม

I figure life’s a gift and I don’t intend on wasting it. You don’t know what hand you’re gonna get dealt next.

ผมมองว่าชีวิตคือของขวัญ และผมก็ไม่อยากให้มันสูญเปล่า คุณไม่รู้หรอกว่าต่อไปคุณจะต้องเจอกับอะไร แจ็ค ดอว์สัน จาก Titanic-

No more articles