fbpx
ปั้นแบรนด์ยังไงให้ขายดีได้แบบไม่ตกยุค (Part I)
Rate this post


ปั้นแบรนด์ยังไงให้ขายดีได้แบบไม่ตกยุค (Part I)

ในวันที่กระแสสินค้าจากต่างประเทศหลากหลายแบรนด์เข้ามาเป็นผู้ครองตลาด ทั้งในกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค ทำให้แบรนด์ไทยเก่าแก่มากมาย ที่เป็นผู้บุกเบิกตลาดต้องล้มหายตายจากไปจนเหลือไว้แค่ภาพจำ แต่ก็ยังมี 4 แบรนด์ไทย ที่ยังคงขายดีและสร้างผลกำไรอยู่เหนือทุกกระแสความเปลี่ยนแปลง อะไรคือกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือ Business Model ที่พวกเขาใช้จนทำให้ ยาอมตราตะขาบ,แป้งศรีจันทร์, แป้งโยคี ของบริษัทศิริบัญชาและน้ำยาอุทัยทิพย์ ยังคงเป็นแบรนด์ในดวงใจของคนไทย แถมยังกลายเป็นของฝากจากไทยที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว โกยยอดขายร้อยล้านในไทยไม่พอ ยังจะโกอินเตอร์ไปกวาดเงินชาวต่างชาติเข้าประเทศได้อีกด้วย สุดยอดขนาดนี้เรามาเจาะลึกถึงแผนธุรกิจและจุดเปลี่ยนทางความคิดของเจ้าของธุรกิจทั้ง 4 แบรนด์ดังไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว สินค้าดูเชยๆ แต่ยอดขายหลายร้อยล้านต่อปี!

ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว จัดว่าเป็นผู้บุกเบิกตลาดยาอมสมุนไพรเจ้าแรกๆ ในไทยที่อยู่คู่กับเรามานานกว่า 80 ปี ซึ่งอากงจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม คนจีนที่อพยพมาอยู่ในไทยได้เป็นคนริเริ่มปรุงยาอมชนิดนี้ขึ้นมา แล้วนำไปฝากขายตามร้านยาจีนต่างๆ ซึ่งแผนธุรกิจในยุคนั้นก็เริ่มต้นด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย เข้าถึงผู้บริโภคแบบตรงไปตรงมา โดยใช้การเดินสายขายตามโรงหนังกลางแปลงบ้าง ตามร้านยาใหญ่ๆ บ้าง ก็ขายได้เรื่อยๆ จนเกิดความคิดอยากพัฒนาสินค้าของตัวเองให้คนจำได้ จึงคิดตราสินค้าขึ้นมาในชื่อ ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว ซึ่งยอดขายก็เติบโตขึ้นมาแบบเรื่อยๆ จนกระทั่งอากงจุ้ยไซ เสียชีวิตและคุณสุเทพ สิมะวรา ลูกชายได้เข้ามาสานต่อกิจการ

โดยมีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จะพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวเอง จึงสร้างโรงงานและมีการปรับเปลี่ยนแพคเกจจากเดิมที่เป็นห่อกระดาษแก้ว มาเป็นซองพลาสติกรวมถึงการออกสินค้าใหม่ที่มีกลิ่นและรสชาติที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น รสตะไคร้ รสบ๊วย กลิ่นเลมอน เป็นต้น จนเมื่อปี 2558 ทัวร์จีนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในไทยและหนึ่งในของฝากยอดฮิตที่นิยมซื้อกลับไปฝากเพื่อนๆ ก็คือ ยาอมตะขาบ 5 ตัว ด้วยราคาที่ไม่แพง แพคเกจที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพของยาอม จนทำให้มียอดขายสูงถึง 342 ล้านบาท และมีกำไร 76 ล้านบาท จนทุกวันนี้ยาอมตะขาบ 5 ตัว ขายให้คนต่างชาติถึง 76% และขายให้คนในประเทศแค่ 24% เท่านั้น เพราะความยึดมั่นในสูตรดั้งเดิม มีจุดยืนในโลโก้ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็พัฒนาตัวเองให้อยู่ในมาตรฐานสากลจึงทำให้ ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่โกอินเตอร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิจริงๆ

“ ที่ผ่านมาเราต้องทำให้ยาได้มาตรฐานตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข จนมีการขยายไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ยุโรป เมื่อเราได้ GMP แล้ว ทางฮ่องกงก็เริ่มเข้ามาติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อนำไปขายต่อในมาเก๊า จีน และเมื่อหลายปีก่อนเราก็ได้ติดต่อทำสัญญาการขายกับประเทศจีน เมื่อมีเวลาเราก็เพิ่มเครื่องจักร เปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ๆ เพราะเรามุ่งประสิทธิภาพในการผลิต และทำการตลาดให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล โมเดิร์นเทรด หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ นอกจากนี้เรายังทำการส่งออกไปยังประเทศฮ่องกงประมาณเดือนละ 30 ล้านบาทและอีกหลายประเทศ” – คุณสุเทพ สิมะวรา ประธานกรรมการ บริษัทห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด

แป้งศรีจันทร์ กับการ Rebranding ที่สั่นสะเทือนวงการเครื่องสำอางไทย

จากผงหอมศรีจันทร์ที่เคยโด่งดัง เป็นแป้งผัดหน้าควบคุมความมันที่สาวๆ เมื่อ 70 ปีก่อนนั้นล้วนต้องมีติดกระเป๋าไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ถึงจุดเปลี่ยน มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาแทนที่มากมายจนผงหอมศรีจันทร์ยอดขายตกและได้แต่รอวันเลิกกิจการ แต่แล้วเมื่อถึงทายาทรุ่นที่ 3 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ เข้ามาดูแลกิจการ เขาก็ได้ทำการ Rebranding ครั้งใหญ่ จนทำให้ผงหอมศรีจันทร์ได้กลับมาโด่งดังอีกครั้งในชื่อ “ศรีจันทร์” ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและวางกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ทั้งหมด โดยคุณรวิศทุ่มงบทำโฆษณาทางทีวีขึ้นมาโดยส่ง message ถึงลูกค้าโดยเริ่มจากความพิเศษของตัวสินค้า แล้วจึงจบลงที่ชื่อแบรนด์และโฆษณาชิ้นนั้นใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด เพื่อลบภาพจำของลูกค้าที่มองว่าแป้งศรีจันทร์เป็นสินค้าไทยที่ราคาถูกและคุณภาพไม่ดีออกไป

“โฆษณาไปเพียงแค่ 7 วัน โดยไม่มีการโปรโมทเพิ่มเลย แต่ผลปรากฏว่าฟีดแบ็กดีเกินคาด ผู้คนชอบและ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนพูดถึง ผลปรากฏว่าผลักดันยอดขายให้พุ่งสูงขึ้นถึง 20 เท่าตัว” -คุณรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด

แพคเกจเดิมที่เก่าและเชยจนลูกค้าไม่กล้าพกติดกระเป๋า ถูกปรับเปลี่ยนใหม่จนสวยงามน่าใช้ไม่แพ้ของแบรนด์ดัง ช่องทางการจำหน่ายที่แต่เดิมมีน้อยมากก็ปรับให้มีระบบบาร์โค้ดและวางจำหน่ายตามโมเดิร์นเทรดต่างๆ การใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจด้วยการ Rebranding โดยคงไว้เพียงชื่อดั้งเดิม “ศรีจันทร์” นั้น ทำให้บริษัทที่เคยมีพนักงานเพียง 30 คน เพิ่มเป็น 140 คน ยอดขายเพิ่มขึ้น 20 เท่าและสร้างรายได้มากกว่าร้อยล้านบาทต่อปี และตอนนี้ยังมีแผนธุรกิจเข้าไปทำตลาดใน 5 ประเทศ คือ ลาว เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ อีกด้วย

“แนวคิดการตลาดของเราก็คือ “อะไรที่แบรนด์ใหญ่ทำ เราจะไม่ทำ” หากทำตามแบรนด์ใหญ่ โดยที่เรามีต้นทุนไม่เท่าเขา เราก็แข่งกับเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องสู้กันด้วยคนละวิธีการ ด้วยการคิดวิธีอื่นๆ เข้ามา นี่จึงเป็นเคล็ดลับหนึ่งของศรีจันทร์จนถึงทุกวันนี้ครับ” -คุณรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด

ติดตามกลยุทธ์ทางธุรกิจในการปั้นแบรนด์ให้ขายดีเหนือทุกกระแส จากกรณีศึกษาของแป้งโยคี ของบริษัทศิริบัญชาและน้ำยาอุทัยทิพย์ต่อได้ใน ปั้นแบรนด์ยังไงให้ขายดีได้แบบไม่ตกยุค (Part II)

No more articles