fbpx
“ขับรถได้ VS ขับรถเป็น….” คุณเลือกแบบไหน !!!???
4 (80%) 3 votes

หากมีใครตั้งคำถามกับคุณว่า…คุณขับรถได้ หรือ คุณขับรถเป็น  คุณจะตอบว่าอะไร !!!???

หลายท่านอาจจะสงสัยและตั้งคำถามกลับว่า แล้วมันต่างกันอย่างไร ไม่เห็นจะแตกต่างกันเลยสักนิด !!!???

ขอตอบอย่างมั่นใจว่า “การขับรถได้กับการขับรถเป็น” แตกต่างกันมาก  “การขับรถได้” คือการที่ผู้ขับขี่พารถให้เคลื่อนตัวไปถึงจุดหมาย   แต่ “การขับรถเป็น” มีขั้นตอนที่น่าสนใจมากมาย แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ   ขั้นเตรียมพร้อมก่อนการใช้รถ   ขั้นตอนการขับขี่  และขั้นตอนการดูแลรักษารถ

  • ขั้นเตรียมพร้อมก่อนใช้รถ

สิ่งสำคัญอย่างแรก  ที่มักได้ยินบ่อยๆ คือ การตรวจสภาพรถยนต์แบบพื้นฐาน ไล่มาตั้งแต่ปริมาณลมยาง  ที่ไม่ควรอ่อนหรือแข็งเกินไป  เพราะหากลมยางอ่อน รถจะมีอาการโยนตัว  โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งจะรู้สึกว่ารถยวบยาบ ที่สำคัญจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

หากลมยางแข็งเกินไป  รถจะมีความกระด้าง เวลาขับตกหลุม หรือผ่านรอยต่อของถนน ผู้ขับรถจะรู้สึกได้ถึงแรงสะเทือนที่ตามมา  ผู้ขับขี่รถยนต์ควรหมั่นตรวจปริมาณลมยางสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง

แต่……เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรเติมลมยางเท่าไร 

รถ (เกือบ) ทุกคัน จะมีสติ๊กเกอร์บอกความเหมาะสมของลมยางติดไว้ที่ข้างประตูด้านใน  หรือ ง่ายที่สุด  คือเปิดสมุดคู่มือประจำรถยนต์ที่ผู้ผลิตรถให้มา  ในคู่มือจะบอกข้อมูลลมยางไว้อย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของปริมาณน้ำมันเครื่องที่ควรหมั่นตรวจสอบไม่ให้น้อยเกินไปหรือมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อเครื่องยนต์และทำให้เกิดปัญหา  วิธีเช็คระดับน้ำมันเครื่อง  คือดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู  ระดับที่เหมาะสมควรอยู่กึ่งกลางระหว่าง  MIN และ MAX   เพราะเวลาเครื่องยนต์ทำงาน ความร้อนจะดันน้ำมันเครื่องให้ไปอยู่ระดับ MAX  เอง หากเติมน้ำมันเครื่องเยอะเกินไปน้ำมันเครื่องอาจท่วมได้

  • ขั้นตอนการขับขี่

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกมาแล้ว   ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องตั้งสติ และมีสมาธิ จดจ่อกับสิ่งรอบตัว รวมไปถึงฟังเสียงผิดปกติต่างๆ ที่มาจากตัวรถ  หลักใหญ่ๆ ที่มักได้ยินคือเรื่องของระบบเบรก หากเบรกเริ่มมีเสียงดังจี๊ดๆ ทุกครั้งเวลาเหยียบ  ควรตรวจเช็คว่าผ้าเบรคหมดหรือไม่  หากผ้าเบรคเหลือน้อยจะทำให้แผ่นเหล็กที่ประกบผ้าเบรคเสียดสีกับจานเบรค ทำให้เป็นรอยและเกิดเสียงได้   ควรทำการเปลี่ยนโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ควรต้องสังเกตสัญลักษณ์จราจร   ไล่มาตั้งแต่ป้ายจำกัดความเร็ว   ป้ายห้ามจอดรถวันคู่วันคี่  ป้ายทางตัน เป็นต้น   และเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไม่ควรมองข้าม

  • ขั้นสุดท้าย ขั้นของการดูแลรักษา

รถหนึ่งคันกว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย  จะดูแลรักษาอย่างไรให้รถอยู่กับเจ้าของยาวนานที่สุด เกิดปัญหาน้อยที่สุด วิธีง่าย ๆ คือ ไม่เร่งเครื่องตอนสตาร์ทรถทันที โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น หากเป็นไปได้ ควรเร่งเครื่องหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 10 – 20 นาที  ผู้ขับขี่สามารถพักเครื่องยนต์ได้ด้วยการเลื่อนเกียร์ให้อยู่ตำแหน่งว่าง เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ ต่อให้ไม่ได้ขับรถเครื่องยนต์ก็จะยังคงทำงานอยู่

ไม่ควรหยุดรถกะทันหัน เพราะจะส่งผลให้ยางสึกอย่างรวดเร็ว ควรจอดรถในที่ร่ม เพื่อป้องกันไม่ให้รถร้อนจนเกินไป สิ่งสำคัญคือหมั่นเช็ครอยน้ำมันรอบตัวรถให้ดี หากพบรอยน้ำมันควรรีบนำรถไปตรวจสอบเพื่อหาความผิดปกติก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

เห็นไหมครับว่า….. “การขับรถเป็น” ไม่ใช่เรื่องง่าย  วันที่ 23 มีนาคมนี้ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (จำกัด) จะจัดกิจกรรม “ทางด่วนชวนจับคู่ “Smart Drive by BEM”  ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมพร้อมเรียนรู้ทักษะการขับรถบนถนน รวมทั้งเทคนิคการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  อาทิ เบรก ABS  ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี   รถเฉี่ยวชนกันในวงเวียน….ใครผิดใครถูกและจะรู้ได้อย่างไร  ขับรถออกจากปากซอย ปั๊มน้ำมัน… กรณีไหนถึงเรียกว่า ขับปาดหน้าคนอื่น

ที่สำคัญงานนี้  ฟรี!!!!! ไม่เสียค่าใช้จ่าย  เปิดรับ 30 คู่เท่านั้น

คลิ๊กลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/DKzqW9 หรือ www.bemplc.co.th หรือ www.facebook.com/bemexpressway/ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 081 207 7772

 

No more articles