fbpx
BORN ELECTRIC ยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีตั้งแต่เกิด
Rate this post

กว่าคนหนึ่งคน จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ  เป็นคนมีคุณค่าต่อสังคม ต้องหล่อหลอมจากองค์ประกอบหลายด้าน  เริ่มจากสถาบันครอบครัวช่วยสร้างเสริมสามัญสำนึกรู้ผิดชอบ  ชั่วดี  สถาบันการศึกษาช่วยเติมเต็มความรู้  สถาบันศาสนาช่วยยกระดับจิตใจ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมีที่มาที่ไป แต่ถ้าใครสักคนบอกว่า รถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง นำเสนอจุดขายว่าเป็นรถยนต์ที่ “ดีมาตั้งแต่เกิด”….ฟังแล้วน่าติดตามต่อไหมครับ???

“BORN ELECTRIC” คือแนวคิดใหม่ของค่ายรถบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ที่ต้องการสื่อสารไปยังลูกค้า ฉีกแนวการสื่อสารภาพลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าให้แตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยวางตำแหน่งเป็น “รถยนต์รักษ์โลก”ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

นั่นหมายถึง เกือบทุกขั้นตอนการผลิตก่อนจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 1 คัน ล้วนมีส่วนช่วยลดมลภาวะและคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสังคม

โอภาส  นพพรพิทักษ์  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร   บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางรถยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยูว่า  นับจากปี 2013  มีการเติบโตที่ดี ผู้บริโภคได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ระบบไฮบริด  มาสู่ปลั๊กอิน-ไฮบริด และล่าสุดคือ ยานยนต์ไฟฟ้า 100% (Electric Vehicle : EV)  แต่ที่ผ่านมาผู้บริโภคมักพุ่งเป้าความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าไปที่ แบตเตอรี่  ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการขับเคลื่อน หากโดยหลักการแล้ว ควรให้ความสำคัญเรื่องการลดมลภาวะมากกว่าเรื่องอื่น

“น้อยคนจะรู้ว่า บีเอ็มฯ เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกเมื่อปี 1970 ผ่านมาแล้วเกือบ 50 ปี มีหลายเหตุการณ์เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส ที่จะทำให้ผู้บริโภคยอมรับรถยนต์ไฟฟ้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่บีเอ็มฯ ยังไม่เคยสื่อสารเลยคือ การสร้างความตระหนักรู้ว่า รถยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็ม ฯ เป็น ยานยนต์รักษ์โลก’

“รถยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มฯ เป็นพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่ม ชิ้นส่วนหลักหลายรายการของรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มฯ ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ” โอภาสเปิดเผย

โครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ที่ผลิตจากโรงงานแม่ในประเทศเยอรมัน ใช้พลังงานจากลมธรรมชาติซึ่งมีกังหันทำหน้าที่ปั่นไฟ ส่วนแผงประตูและแผงหน้าปัดใช้ใยของต้นปอมาขึ้นรูป ซึ่งนอกจากจะมีความคงทน ช่วยลดการใช้ชิ้นส่วนพลาสติกในการผลิตรถยนต์หนึ่งคัน ยังย่อยสลายได้เองอีกด้วย โดยแนวคิดนี้จะขยายไปสู่การผลิตรถยนต์รุ่นอื่นๆของบีเอ็มดับเบิลยูในอนาคต

โอภาส ให้แง่คิดว่า  การจะสร้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นสินค้ารักษ์โลกได้   ทุกคนในองค์กรต้องรู้สึกร่วมกับสินค้านั้น ๆ ว่าเป็นสินค้ารักษ์โลกและเราจำเป็นต้องรักษ์โลก  ปัจจุบันทุกโชว์รูมรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ปลูกฝังให้พนักงานมีส่วนร่วมในการลดมลภาวะ   โดยหากพนักงานจะซื้อของหรือซื้ออาหารช่วงพักกลางวัน จะมีถุงผ้าให้พนักงานสามารถหยิบไปใช้ได้  แนวคิดนี้เริ่มมาได้สักพักแล้ว  จนปัจจุบันใครถือถุงพลาสติกเข้ามาในที่ทำงานจะกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาด

พลังจบการสัมภาษณ์ ผมมองเห็นความเชี่ยวชาญและการสร้างเอกลักษณ์จากค่ายรถยนต์แบรนด์นี้  ว่า  การที่จะลงมาเล่นในโลกของการทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพเพียงอย่างเดียว วิธีคิดต่างหากที่เป็นจุดขายแท้จริง   

“หากเราไม่เปลี่ยนแปลงวันนี้  ก็ไม่มีจุดเริ่มต้นดีๆที่จะตามมา”

No more articles