fbpx
องค์กรจะปัง หรือ พัง อยู่ที่ EI ของพนักงาน
5 (100%) 1 vote

องค์กร ของคุณอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือไม่ ?

  • อัตราการลาออกสูง
  • พนักงานเครียดจนป่วยจำนวนมาก
  • พนักงานจับกลุ่มนินทา เล่นงานกันลับหลัง

ถ้าใช่ แสดงว่า องค์กรและพนักงานกำลังมีปัญหาความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient –EQ หรือ Emotional Intelligence- EI) !  ซึ่งปัจจุบันนี้  เป็นที่ยอมรับกันว่า ไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคลอีกต่อไปแล้ว

 

ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในที่ประชุม World Economic Forum หรือ สภาเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่า ในปี 2020 นี้ ความฉลาดทางอารมณ์ จะเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจ

 

 

อะไรคือ “ความฉลาดทางอารมณ์” ?  คำนี้หมายถึงการรู้จักและเข้าใจอารมณ์ตนเอง รู้ว่า ตนเองกำลังมีความสุข กำลังเศร้า ทุกข์ใจ หรือหงุดหงิดใช่หรือไม่?

 

 

คำตอบคือ “ ไม่ใช่ ” นั่นเป็นเพียง 1 ในองค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่าความฉลาดทางอารมณ์ ที่ประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก คือ

  •  การรู้จักตนเอง Self-Perception
  •  การแสดงลักษณะเฉพาะตัว Self-Expression
  •  ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล Interpersonal
  •  การตัดสินใจ Decision Making
  •  การจัดการกับความเครียด Stress Management

 

พูดง่ายๆ คือ ความฉลาดทางอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการรู้จักตนเอง เข้าใจอารมณ์ตนเอง สามารถแสดงออกซึ่งตัวตนของตนเองอย่างอิสระ พร้อมกับวุฒิภาวะที่สามารถพอใจกับความสัมพันธ์ที่มีกับคนทั่วไป มีความสามารถในการตัดสินใจ สามารถบริหารความเครียด และกล้าเผชิญอนาคตด้วยมุมมองเชิงบวก

 

คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จะสามารถใช้ชีวิตทั้งในเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวได้อย่างมีคุณภาพ

หัวหน้างานทั้งหลาย จึงควรให้ความสำคัญกับความฉลาดทางอารมณ์ของพนักงานด้วย เพราะทีมงานที่มีความฉลาดทางอารมณ์จะเป็นทีมงานที่มีสุขภาพดี ผลิตผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทีมงานที่ทุกคนมีความฉลาดทางอารมณ์จะสื่อสารกันอย่างดี กระตือรือร้น และจดจ่อกับการทำเป้าหมายที่กำหนดไว้ในกระดาษให้เป็นจริง รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างเพื่อนร่วมงาน และแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะผลักดันให้องค์กรของคุณเดินหน้า รวมถึงสามารถรักษาพนักงานคุณภาพให้อยู่กับองค์กรได้นานๆ

 

แล้วจะประเมินอย่างไรว่า องค์กร หรือ คนในองค์กร มีความฉลาดทางอารมณ์ ?

หลักการง่ายๆ คือ หากพบสิ่งต่อไปนี้ในองค์กร ให้พึงรู้ว่า มันคือสัญญาณบอกให้คุณต้องเร่งจัดการเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ในองค์กรได้แล้ว

  • มีอัตราการลาออกสูง
  • มีการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับความเครียดเกิดขึ้นบ่อยกับคนในองค์กร
  • มีวัฒนธรรมการจับกลุ่มนินทา หรือพฤติกรรมลอบทำร้ายกันลับหลัง
  • มีช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้จัดการกับผู้ใต้บังคับบัญชา
  • เมื่อมีการทำสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น บทลงโทษจะรุนแรง
  • มีพนักงานบางคนเท่านั้นที่เป็นคนโปรด ในขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือ ถูกละเลย หลงลืม
  • ไม่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระดับบุคคลและความสามารถในการทำงาน
  • องค์กรขาดพนักงานที่มีความหลากหลาย

องค์กรจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร หากมีพนักงานจำนวนมากลาออกกันทุกเดือน เพราะพวกเขารู้สึกว่าโดนรังแกจากผู้จัดการ หรือเมื่อผู้บริหารไม่สามารถจ้างพนักงานที่มีความสามารถหลากหลายเข้ามาร่วมงานได้ในช่วง 5  ปีที่ผ่านมา จนทำให้ขาดมุมมองสำคัญ และถูกปล่อยทิ้งไว้ข้างหลังในเวทีการแข่งขันทางธุรกิจ

ในฐานะผู้นำ การยกระดับความฉลาดทางอารมณ์ของคุณเองเป็นเรื่องแรกที่ควรทำ เพราะการยกระดับความฉลาดทางอารมณ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในทุกระดับ ทำให้คุณเป็น “มนุษย์” ที่พร้อมทำงานและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

 

 

ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศ เจ้าของรางวัล โนเบลไพรซ์ สาขาสันติภาพ และผู้ก่อตั้ง กรามีนแบงก์หรือธนาคารหมู่บ้านของบังกลาเทศ กล่าวในงาน Social Business Day ที่กรุงเทพ ฯ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า “ ธุรกิจที่มีความเป็นมนุษย์ ” คือการแสวงหากำไร ขณะเดียวกับที่แบ่งปันสังคมและสร้างความสุขให้กับผู้อื่นด้วย

นี่ก็คือเรื่อง EI เหมือนกัน

เริ่มที่ตัวคุณ แล้วส่งเสริม-สนับสนุนให้พนักงาน ผู้ที่ทำงานให้คุณทุกๆ คน สามารถพัฒนา “ความฉลาดทางอารมณ์” องค์กรของคุณจะไปได้รอด และไปได้ไกล ไม่ว่า สภาพการแข่งขันในธุรกิจของคุณจะเป็นเช่นไร

หากอยากไปเร็ว ให้ไปคนเดียว

แต่หากอยากไปได้ไกล ต้องไปด้วยกัน

 

แปลและเรียบเรียงจาก 

Why Emotional intelligence can make or break your organization 
www.entrepreneur.com 

"ยูนุส" กับ "ธุรกิจเพื่อสังคม" ความสุขที่ยิ่งกว่ากำไรของนักธุรกิจ
www.prachachat.net
No more articles