fbpx
7 นิสัยเสียที่เป็นตัวทำลายผลิตภาพ (Productivity) ของคุณ
5 (100%) 1 vote

ไบรอัน เทรซีย์ (Brian Tracy) ประธาน และผู้บริหารของบริษัท ไบรอัน เทรซีย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Brian Tracy International) ซึ่งรับให้คำปรึกษา ฝึกอบรบเกี่ยวกับทำธุรกิจ  และยังเป็นผู้เขียนหนังสือด้านเคล็ดลับทางธุรกิจต่างๆมากมาย กล่าวถึงนิสัยเสีย 7 อย่าง ซึ่งส่งผลร้ายต่อ ผลิตภาพ (Productivity) ของคุณ  มาดูกันว่านิสัยเสียเหล่านี้มีอยู่ในของตัวคุณหรือไม่

1. คุณไม่วางแผนล่วงหน้าว่าแต่ละวันจะทำอะไร

“การใช้ชีวิตแต่ละวันโดยขาดการวางแผนก็เหมือนกับการสร้างบ้านโดยไม่มีพิมพ์เขียว”

การวางแผนล่วงหน้า จะทำให้คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ในแต่ละวันคุณควรทำอะไรบ้าง คุณควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นหลัก คุณสามารถคาดหวังผลลัพธ์อะไรได้บ้างในแต่ละวัน และในวันถัดๆ ไปคุณควรจะทำอะไร

2. คุณไม่สร้างวินัยให้กับตนเอง

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต และการทำงาน คือ ผู้ที่มีวินัยในตนเอง ถ้าขาดมันไปการจะทำสิ่งใดๆ ให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพนั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่ง

การสร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเองไม่ใช่เรื่องยากหากคุณมีความพยายามมากพอ  ถ้าคุณสามารถบังคับให้ตัวเองทุ่มเทเพื่อทำงานอย่างเต็มที่ได้ทุกวัน  ผลลัพธ์ในการทำงานของคุณก็จะดีขึ้นเป็นเงาตามตัว

3. คุณชอบนอนตื่นสาย

ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมองตื่นตัวมากที่สุด จึงทำให้เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่สามารถสร้างผลลัพธ์ในการทำงานได้ดีที่สุด

การที่คุณนอนตื่นสายก็เหมือนกับคุณเสียช่วงเวลาที่มีประโยชน์ที่สุดในแต่ละวันไปโดยเปล่าประโยชน์  นอกจากนี้ การตื่นเช้ากว่าปกติยังทำให้คุณได้มีเวลาทำสิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงนอนหลับอยู่

4. คุณใช้เวลาไปกับโลกออนไลน์โดยไม่เกิดประโยชน์

อินเทอร์เน็ต และสังคมออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดสมาธิของผู้คนไปจากการทำงานมากที่สุด  เพราะไม่ว่าใครก็อยากผ่อนคลายซักหน่อยตอนที่กำลังเครียดจากการทำงาน  แต่การทำเช่นนั้นก็เสี่ยงที่จะทำให้การทำงานของคุณล่าช้ากว่าปกติได้ ดังนั้น ในขณะที่กำลังทำงานชิ้นสำคัญ  คุณควรเก็บมือถือของคุณไว้ให้พันมือ หรือปิดมือเอาไว้  และหยิบมาใช้เมื่อจำเป็นต้องติดต่อกับผู้อื่นเท่านั้น

5. คุณไม่จัดลำดับความสำคัญของงาน

คุณควรเลือกทำงานที่สำคัญที่สุด หรืองานที่ต้องใช้เวลาทำนานที่สุดให้เสร็จก่อนเป็นลำดับแรก  เพราะการเก็บงานชิ้นใหญ่ไว้ทำทีหลังจะทำให้คุณรู้สึกกังวลว่า “ยังมีงานชิ้นใหญ่ที่ต้องทำ” อยู่ตลอดเวลา จนอาจทำให้คุณหมดไฟในการทำงานไปได้ง่ายๆ

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเลือกทำงานที่ยาก หรืองานชิ้นใหญ่ที่สุดให้เสร็จก่อน  คุณจะรู้สึกภูมิใจ และสบายใจที่สามารถทำงานชิ้นใหญได้สำเร็จ และทำให้คุณมีกำลังใจที่จะทำงานอย่างอื่นต่อไป เพราะตอนนั้นในหัวของคุณจะรู้สึกว่า “งานยากที่สุดเสร็จไปแล้ว ที่เหลือก็แค่งานง่ายๆ”

6. คุณชอบบ่นเมื่อได้รับงานที่ไม่อยากทำ

เชื่อว่าทุกคนคงเคย ถูกหัวหน้ามอบหมายงาน หรือหน้าที่ซึ่งไม่อยากทำมา และต้องไปบ่นให้เพื่อนร่วมงานฟังระบายความรู้สึก  ซึ่งตัวคุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าการบ่นไปนั้นมันไม่ได้ช่วยอะไรเพราะสุดท้ายก็ต้องทำอยู่ดี

ดังนั้น วิธีการรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ ก็คือ คุณต้องอดทน และพยายามมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ และตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายมาให้ดีที่สุด ซึ่งถ้าทำออกมาได้ดีคุณก็อาจจะได้รับคำชมจากหัวหน้าของคุณเป็นรางวัลด้วย   แต่ถ้าหากสาเหตุที่คุณไม่อยากรับงานเป็นเพราะคุณมีงานในมือเยอะอยู่แล้ว คุณก็ควรเข้าไปคุยกับหัวหน้าของคุณ เพื่อขอให้เขาจัดสรรงานให้ใหม่ตามความเหมาะสม

7. คุณกลัวความล้มเหลว

การกลัวความล้มเหลว เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางคนจำนวนมากจากความสำเร็จ เพราะมันทำให้พวกเขาไม่กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ หรือไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรนอกพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง (Comfort Zone) แต่เชื่อเถอะว่า หากคุณมีความมุ่งมั่นจริงๆ ความล้มเหลวจะไม่สามารถหยุดยั้งคุณจากการไล่ตามความฝันของคุณได้ และมันยังสามารถกลายเป็นแรงผลักดันให้คุณมุ่งไปสู่ความสำเร็จได้อีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า ผู้บริหารของบริษัทที่มีชื่อเสียงหลายคนนั้นเคยประสบกับความล้มเหลวมาก่อน แต่แทนที่จะยอมแพ้ พวกเขากลับเปลี่ยนความล้มเหลวเหล่านั้นให้เป็นประสบการณ์ และบทเรียนอันมีค่าในพัฒนาตนเอง และธุรกิจ จนสามารถพลิกกลับมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด


ขอบคุณข้อมูลจาก

entrepreneur


No more articles