มนุษย์เป็นสัตว์สังคม อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของสมาชิกในสังคม แม้แต่กิจกรรมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นมานับร้อยปี ก็เป็นระบบการพึ่งพากันและกันอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป คนเรามักให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียงกันก่อนเสมอ

แต่ขณะนี้…โลกออนไลน์ช่วยให้มนุษย์สามารถช่วยเหลือกันได้ แม้จะอยู่กันคนละซีกโลกก็ตาม  

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ กลุ่มสังคมออนไลน์ที่ช่วยเหลือกัน เรื่องงานซ่อมแซมเบื้องต้นที่เรียกตัวเองว่า Fixit Clinic กำลังได้รับความนิยมทั่วอเมริกาและยุโรป

ชุมชนออนไลน์กลุ่มนี้ เป็นการรวมตัวของคนที่ประสบปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น สิ่งของเครื่องใช้พังหรือแตกหัก และต้องการซ่อมด้วยตัวเอง แต่ปัญหาอย่างทำเองไม่ได้ หรือไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร จึงต้องการคำแนะนำจากคนอื่น

ที่น่าสนใจคือ คนกลุ่มนี้ไม่ได้เจอกันหรือเดินทางไปสถานที่จริง แต่พวกเขาคุยกันทางแอปพลิเคชั่นออนไลน์อย่างเดียว ดังนั้น เมื่อใครต้องการงานซ่อม ก็จะเข้าไปออนไลน์แล้วก็จะมีคนมาแนะนำ โดยทั้งสองฝ่ายสามารถดูสภาพปัญหาจริงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และช่วยกันแก้ไขได้ทันที

ในเฟสบุ๊คของกลุ่ม Fixit Clinic ลงเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ไว้มากมาย พวกเขาช่วยกันซ่อมแซมสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่เครื่องปิ้งขมปังพัง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า สวนหลังบ้าน ไปจนถึงงานซ่อมหนัก อย่างเครื่องจักร รถยนต์ และ บ้าน เป็นต้น

บางครั้ง แม่บ้านที่กำลังทำงานอยู่บ้าน แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าดันเสียกลางคัน ก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ถึงจะรู้บ้างแต่ก็ไม่มั่นใจ พวกเธอต้องรอให้ช่างเข้าไปช่วยซึ่งบางครั้งอาจจะรอหลายวัน ดังนั้น ชุมชนออนไลน์กลุ่มนี้จึงช่วยปัญหาได้ทันที

เด็กนักเรียนก็ใช้มุขนี้กันแล้วนะ…โดยเฉพาะเด็กนักเรียนไทย ถึงเวลานัดเรียนภาคค่ำสักสองทุ่มหรือสามทุ่ม ก็เข้าเรียนออนไลน์กัน เอ๊ะ…ไม่ใช่สิ เข้าไประดมทำการบ้านกัน 555

เรียกได้ว่า งานซ่อม งานบ้าน งานเรียน ทุกอย่างทำด้วยระบบออนไลน์แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็สามารถแก้ไขได้ นี่เป็นความสามัคคีของมนุษย์ที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้น

และหากมองในเชิงการบริหารธุรกิจ ก็จะเห็นว่าระบบการช่วยเหลือกันทางออนไลน์แบบ Real time คือ การวัดความสามารถในการจัดการปัญหา ที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเกิดขึ้นแบบกะทันหัน นอกจากนี้ ยังถือเป็นการพัฒนาฝีมือตัวเองแบบไม่รู้ตัว ทั้งผู้ให้และผู้รับ จนอาจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและสร้างวงจรธุรกิจใหม่ก็ได้ 

ผลดีอีกอย่างคือ เป็นการชะลอปัญหาสภาพภูมิอากาศ และลดปัญหาโลกร้อนได้ เพราะเมื่อซ่อมแซมเสร็จก็สามารถใช้งานต่อได้อีกนาน โดยไม่ต้องรีบซื้อใหม่ เท่ากับไม่เพิ่มขยะหรือพลพลาสติกต่าง ๆ ให้กับโลก

โดยเฉพาะถ้าเป็นสิ่งของประเภทย่อยยาก สินค้าอิเลคทรอนิคส์ และสินค้าที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ก็ยิ่งจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกให้อยู่ยาวนานขึ้นต่อไป   

บางคนมีสิ่งของเหลือใช้อยู่ในบ้าน แต่ไม่รู้จะทำอะไรดี ก็ลองโพสต์ถามความเห็นสมาชิกดูว่าจะทำอะไรดี เมื่อได้คำแนะนำและไอเดียแล้ว ก็นำไปพัฒนาต่อได้

ยิ่งในเวลานี้ คนหลายร้อยล้านคน ต้องอยู่บ้านมากขึ้นเพราะไม่อยากออกเสี่ยงโรคโควิด 19 ยิ่งทำให้กระแสการซ่อมออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น

ไม่นับรวมธุรกิจอื่น ๆ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ อย่างเช่น ธุรกิจเกี่ยวกับขนส่งพัสดุและส่งอาหารตามบ้าน ธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ทำความสะอาดและการแพทย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่า จะมีคนรุ่นใหม่คิดค้นนวัตกรรมออกมารองรับกระแสนี้ เพื่อให้ชีวิตของคนยุคใหม่งานขึ้นไปอีก

สำหรับใครที่อ่านเรื่องนี้แล่ว ปิ๊งไอเดียขึ้นและอยากนำไปขยายผลต่อ ก็สามารถทำได้ เพราะในสังคมไทยยังไม่ค่อยเห็นกลุ่มแบนี้อย่างจริงจัง

 


 

No more articles