ในอดีต ชาวโลกได้บทเรียนจากการแพร่ระบาดไข้หวัดสเปน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกจำนวนกว่า 50 ล้านคน และที่สำคัญ คนส่วนใหญ่ป่วยและเสียชีวิตในช่วงการระบาดระลอกที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นหลังการผ่อนคลาย มิใช่ระลอกแรกที่คนหวาดกลัวและป้องกันตัวเอง

วันนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด–19 ในทั่วโลกก็ไม่มีทีท่าจะยุติง่าย ๆ และในหลายประเทศที่เคยจำกัดวงการแพร่ระบาดได้แล้ว ก็กลับมาระบาดอีกครั้งและมีทีท่าจะรุนแรงกว่าเดิม

สำหรับสถานการณ์ในบ้านเรานั้น แนวโน้มมีแต่ตัวเลขพบผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลก็เริ่มกำหนดมาตรการเข้มงวดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่คลัสเตอร์ของการแพร่ระบาด และเริ่มกำหนดระยะเวลา รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต การทำมาหากินในหลายอาชีพ ซึ่งก็เริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชนกันแล้ว และคนที่มิได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ อาจจะได้รับผลกระทบมากขึ้นเรื่อย ๆ

“เริ่มเร็ว ยังมีโอกาส”

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องตัดสินใจ วางแผนการใช้เงินกันตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเราควรแบ่งหลัก ๆ จากสิ่งที่จำเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. ค่าใช้จ่ายกับภาระในอดีต (หนี้สิน) ซึ่งช่วงนี้สามารถขอความช่วยเหลือจากธนาคารเจ้าหนี้ไปได้จนถึงกลางปี 2564 ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ขยายเวลาให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยพักชำระหนี้แก่ลูกค้าออกไปอีก

2. ค่าใช้จ่ายกับภาระในปัจจุบัน ซึ่งควรเน้นจับจ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ลดหรือเลิกสิ่งที่ฟุ่มเฟือยให้ได้มากที่สุด

3. ค่าใช้จ่ายกับภาระในอนาคต ทั้งการเก็บออมและลงทุนตามกำลังเพื่อเพิ่มรายได้ และความมั่นคงของชีวิตในช่วงที่โควิด-19 กลับมาอีกหลายระลอก

แม้ว่าหลายคนอาจจะสามารถวางแผนได้เฉพาะข้อ 1 หรือ ข้อ 2 แต่สำหรับผู้ที่ยังพอมีโอกาสวางแผนเผื่อในข้อ 3 แต่ยังไม่รู้จะเริ่มทางใด เราขอแนะนำการลงทุนผ่าน กองทุนรวม ซึ่งเปรียบเสมือนการออมเงินโดยมีบริษัทจัดการกองทุนมืออาชีพนำเงินของเราไปบริหารและลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ

KTAM แนะนำกองทุนยกกำลังสุข(ภาพ)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย หรือ KTAM มองเห็นถึงความต้องการของผู้คนในยุคนี้ จึงคัดสรรกองทุนที่เป็นทางเลือกใหม่ คือ “กองทุนเปิดกรุงไทย ยกกำลังสุข(ภาพ)” หรือ Krung Thai Happy Health (KTHH) ซึ่งนอกจากการเพิ่มโอกาสด้านการลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนยังได้สิทธิความคุ้มครองประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนกำหนดอีกด้วย เรียกว่า จบ ครบ ในกองเดียว

โดยกองทุนนี้ เป็นกองทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  (มูลค่าเงินลงทุนพิจารณาจากต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท โดยไม่คำนึงถึงผลกำไรหรือขาดทุนของมูลค่า NAV ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจะได้สิทธิความคุ้มครองจากบริษัทประกัน) 

“กองทุนเปิดกรุงไทย ยกกำลังสุข(ภาพ)” น่าสนใจอย่างไร?

กองทุนนี้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะปานกลางถึงระยะยาว หรือ ตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป เน้นโอกาสการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอนหรือโอกาสรักษาเงินต้นให้อยู่ครบ และตอบโจทย์เรื่องสิทธิความคุ้มครองประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่ม โดยสามารถปรับระดับความคุ้มครองประกันสุขภาพตามมูลค่าเงินลงลงทุนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามที่ต้องการตามเงื่อนไขที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนกำหนดไว้

แต่กองทุนลักษณะนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ลงทุนที่เน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอน เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีปัจจัยความเสี่ยงผันผวนของราคาหลักทรัพย์/ ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวลงทุน/ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น ซึ่งนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ของประกันสุขภาพและอุบัติเหตุและเงื่อนไขกรมธรรม์เพิ่มเติมเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจลงทุน

ในเรื่องสิทธิความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มจากการลงทุนในกองทุนนี้จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุระหว่าง 15-65 ปีบริบูรณ์ และมีคุณสมบัติของผู้เอาประกันภัยตามที่บริษัทประกันกำหนด ซึ่งผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณสมบัติของผู้เอาประกันภัยและข้อมูลสิทธิประโยชน์การประกันสุขภาพและอุบัติเหตุตามหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  ทั้งนี้สามารถสอบถามแผนการคุ้มครองสุขภาพได้ที่ : บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการลูกค้า 1736 กด 1 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนที่ธนาคารกรุงไทย ผู้สนับสนุนการขาย หรือ บลจ.กรุงไทย โทร 02-686-6100 กด 9

 

No more articles