สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวบ้าน ๆ อยากลองดำเนินชีวิตดั้งเดิมตามแบบฉบับที่คนในพื้นที่เขาทำกัน ไม่เน้นหวือหวาฟู่ฟ่า ที่สำคัญมีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับความยั่งยืนเป็นพิเศษ

ก็ต้องมาที่นี่เลย หนึ่งเดียวที่ชลบุรี

ที่นี่…ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย

ว่ากันว่าที่นี่เป็นแหล่งสวนมะพร้าวแห่งสุดท้ายของภาคตะวันออก เป็นตัวอย่างชุมชนที่วางตัวตนไว้บนเส้นทางความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน แม้จะมีการนำเรื่องการท่องเที่ยวผนวกกับธรรมชาติที่มีอยู่ แต่ก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทำไมคนที่นี่เลือกอยู่กับธรรมชาติและคิดว่านี่คือการสร้างความยั่งยืนให้ตัวเอง เรามาติดตามกัน

          เส้นทาง “ปั่น กิน เที่ยว” ของเราสตาร์ตจากจุดแรกคือ  

ขี่จักรยานชมสวนมะพร้าว สวนนี้มีเรื่องราวของชุมชนชาวตะเคียนเตี้ยในอดีต ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ปู่เยอ ย่าใหญ่ แกมาถากถางที่ ที่นี่

วิธีการของเขาก็คือว่า เขาจะถางล้อม ก็คือถางโดยโอบ ๆ ก่อน แล้วก็ปลูกมะพร้ามเพื่อจับจองอาณาเขตไปด้วย จุดไหนมีต้นมะพร้าวเรียบร้อย แสดงว่ามีเจ้าของแล้ว

ปั่นมาตามเส้นทางก็จะพบกับกองมะพร้าวหรือลานมะพร้าว

เป็นลานที่คนเก็บมะพร้าวจากสวนมาขาย ก่อนที่จะขายต่อ การขายก็เป็นลูก ๆ แบบนี้ก็ได้ หรือขายแบบแยกน้ำ แยกเนื้อก็ได้

ปั่นต่อไปอีกนิด เริ่มมีเหงื่อออกก็ต้องจิบกาแฟสักหน่อย กาแฟที่นี่รับรองว่าไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนที่อื่น ๆ อย่างแน่นอน

ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย เขามีเอกลักษณ์กาแฟนะครับ บางทีก็เรียกกาแฟกะลา เขาจะทำกาแฟสดที่ผสมกะทิหรือน้ำมะพร้าว ว้าว…ชักน่าสนใจ ไปลองดูดีกว่า แน่นอนว่าที่นี่ยังมีอาหารพื้นถิ่นที่น่าสนใจอยู่ด้วย

ชิมกาแฟแล้วขอบอกต่อเลยว่า กะทิจากมะพร้าวสดที่นี่สามารถเอามาตีฟองเหมือนกับลาเต้ได้เลย และต้องดื่มแบบห้ามคนและห้ามใส่น้ำตาล ต้องดื่มแบบสด ๆ จะฟินมาก

อีกเมนูคือ กาแฟเย็นมะพร้าว คือใช้กะทิผสมกับตัวของกาแฟแล้วก็ใส่น้ำแข็ง กาแฟจะอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นน้ำมะพร้าว อันนี้ก็แปลกดี ใครมาที่นี่ต้องลอง

จุดสุดท้ายนี้คือ สวนฟ้าใส ไอโกะ เป็นสวนมะพร้าวที่สวยที่สุดในหมู่บ้านตะเคียนเตี้ย เราก็เลยปั่นจักรยานมาสิ้นสุดที่จุดนี้ครับ

          ขอเพิ่มอีกจุด คือ บ้านร้อยเสา

บ้านร้อยเสา คือ บ้านของแม่ทรัพย์และก็แม่สิน ซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน

คนโบราณก็มีความเชื่อว่า ถ้าเป็นฝาแฝดแยกกันอยู่จะทำให้อายุสั้น พอช่วงเวลาแต่งงาน แฝดผู้พี่ก็ขยายบ้านมาทางฝั่งตะวันออก ส่วนแฝดผู้น้องแต่งงานก็ขยายบ้านมาฝั่งตะวันตก ทำให้บ้านขยายกันมาเรื่อย ๆ ต่อ ๆ มา

ปัจจุบันรวมแล้ว 60 ปี นับเสาแล้วก็ได้ 102 เสา

สรุปได้เลยว่า หากมาท่องเที่ยวที่นี่ นอกจากจะได้ปั่นจักรยานออกกกำลังกาย ได้สูดอากาศจากธรรมชาติแบบเต็มปอดแล้ว ยังได้สนับสนุนกิจการภายในชุมชน และได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติที่สวยงามไว้ต่อไป  


No more articles