มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ เผยแพร่ รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2563 (Sustainable Development Report 2020) และ การจัดอันดับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG Index 2020) พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 41 ของโลก จากทั้งหมด 166 ประเทศทั่วโลก

ความสำเร็จหลัก ๆ คือ สามารถบรรลุเรื่องการขจัดความยากจน (No Poverty) ทั้งยังมีเป้าหมายไทยทำได้ดีและมีแนวโน้มจะบรรลุตามเป้าประสงค์ระยะยาว นอกจากนี้ไทยยังสามารถจัดการน้ำและสุขาภิบาล

ทั้งนี้ COVID-19 มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ SDGs เพราะโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสาธารณสุข และเศรษฐกิจที่แย่ที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งวิกฤตสุขภาพนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศ รวมถึงผลกระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลก คนสูญเสียตำแหน่งงานจำนวนมาก ทำให้กลุ่มคนที่มีความเปราะบาง

สำหรับในอาเซียน แต่ละประเทศได้คะแนน SDG Index 2020 ดังนี้

อันดับ 1 ไทย 74.5 คะแนน อันดับ 41 ของโลก

อันดับ 2 เวียดนาม 73.8 คะแนน อันดับ 49 ของโลก

อันดับ 3 มาเลเซีย 71.8 คะแนน อันดับ 60 ของโลก

อันดับ 4 บรูไน 68.2 คะแนน อันดับ 88 ของโลก

อันดับ 5 สิงคโปร์ 67.0 คะแนน อันดับ 93 ของโลก

อันดับ 6 ฟิลิปปินส์ 65.5 คะแนน อันดับ 99 ของโลก

อันดับ 7 อินโดนีเซีย 65.3 คะแนน อันดับ 101 ของโลก

อันดับ 8 เมียนมา 64.6 คะแนน อันดับ 104 ของโลก

อันดับ 9 กัมพูชา 64.4 คะแนน อันดับ 106 ของโลก

อันดับ 10 ลาว 62.1 คะแนน อันดับ 116 ของโลก

ส่วนประเทศที่มีคะแนนสูงสุด และถูกจัดอันดับให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่

อันดับ 1 สวีเดน 84.7 คะแนน

อันดับ 2 เดนมาร์ก 84.6 คะแนน

อันดับ 3 ฟินแลนด์ 83.8 คะแนน

อันดับ 4 ฝรั่งเศส 81.1 คะแนน

อันดับ 5 เยอรมนี 80.8 คะแนน

อันดับ 6 นอร์เวย์ 80.8 คะแนน

อันดับ 7 ออสเตรีย 80.7 คะแนน

อันดับ 8 สาธารณรัฐเช็ก 80.6 คะแนน

อันดับ 9 เนเธอร์แลนด์ 80.4 คะแนน

อันดับ 10 เอสโตเนีย 80.1 คะแนน

นอกจากนี้ รายงานยังได้เปิดเผยเป้าหมายที่ประเทศไทยมีความคืบหน้าในการดำเนินงานผลักดันค่อนข้างมาก ได้แก่ ยุติความหิวโหย, การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี, ความเท่าเทียมระหว่างเพศ, พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้, เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน และ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ        

ความสำเร็จเรื่องความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจของคนทุกเจนเนเรชัน…ปีหน้าเตรียมลุ้นกันอีกทีว่าไทยจะสามารถขยับอันดับขึ้นได้อีกหรือไม่


No more articles