ทุกวันนี้ “ดิจิทัล (Digital)” เป็นคำพูดยอดฮิตติดปากของผู้ประกอบการ…โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจต้องเผชิญกับอุปสรรคจากดิจิทัล (Digital Disruption) จนต้องปรับเปลี่ยนตัวเองสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เรียกว่าอะไรก็เป็นดิจิทัลไปเสียหมด

แต่ดิจิทัลคืออะไรหล่ะ…แล้วอะไรคือดิจิทัลที่ธุรกิจขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นธุรกิจห้องแถว (SOHO) และ SME ต้องมี มาดู 5 เทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจห้องแถวของคุณล้ำหน้า กล้าที่จะท้าชนกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม…เพียงแค่คุณเริ่มต้น

1. Cloud เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว

Cloud Computing หรือ เทคโนโลยีคลาวด์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องมี บริการพื้นฐานง่าย ๆ เช่น eMail on Cloud, Storage on Cloud เช่น Gmail, Google Drive, Microsoft OneDrive เป็นการทำงานพื้นฐานที่ทุกธุรกิจต้องมี กับธุรกิจห้องแถว บริการเหล่านี้แทบจะใช้ฟรีไม่มีค่าบริการ แต่มีประโยชน์มหาศาล ติดตั้งการติดต่อ การจัดเก็บข้อมูล การบริการลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำจากที่ไหนในโลกก็ได้ ซึ่งรวมถึงร้านค้าหรือธุรกิจที่สามารถทำได้ทุกที่ในโลกก็ได้เช่นกัน

เด็กรุ่นใหม่ที่นั่งจิบกาแฟอยู่สตาร์บัคส์ อาจจะกำลังสั่งสินค้าล็อตใหญ่มูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์จากจีน เพื่อส่งไปขายที่สหรัฐอเมริกาก็ได้…ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ในโลกดิจิทัล

2. ก้าวสู่ยุคการตลาด Digital

โลกยุคนี้ไม่ใช่การขายของเฉพาะหน้าร้านอีกต่อไป เมื่อลูกค้าอยู่ทั่วโลกเราจะมัวขายของที่ร้านหน้าตลาดอยู่ทำไม…เครื่องมือทางการตลาดยุคใหม่ เช่น eMail, Social Media, SEO ฯลฯ สามารถพาเราไปพบกับลูกค้าทั่วโลกได้ด้วยการเคาะนิ้วเพียงไม่กี่ครั้ง

สำหรับธุรกิจห้องแถวที่เพิ่งเริ่มต้น อาจจะไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างเอเจนซี่โฆษณา แต่ในโลกดิจิทัลก็มีเครื่องมือมากมายที่ให้เราใช้งานได้ฟรี เช่น เครื่องมือที่ช่วยบริหารธุรกิจหลังบ้าน บริหารจัดการลูกค้า  รวมถึงช่วยสร้างแคมเปญการตลาดที่เจ๋ง ๆ ได้…ทั้งหมดนี้ ต้องการแค่ “ลงมือทำ”

3. รู้ลึก ล้วงตับลูกค้า

แต้มต่อที่สำคัญสำหรับโลกในยุคดิจิทัล คือ วันนี้ทุกคนและทุกธุรกิจเชื่อมโยงถึงกันผ่านเครือข่าย…นั่นทำให้ลูกค้าและธุรกิจไม่ใช่เรื่องลี้ลับอีกต่อไป

เครื่องมือดิจิทัล เช่น Google, Facebook, Youtube ฯลฯ เก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมเครื่องมือดี ๆ ในการวิเคราะห์ที่ช่วยให้น้อง ๆ รู้จักธุรกิจ รู้จักลูกค้ามากขึ้น…เข้าตำรา “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” สำคัญอยู่ที่ว่า เราเลือกใช้เครื่องมือเหล่านั้นหรือไม่และใช้เครื่องมือได้ดีแค่ไหน แต่หากมีทุนทรัพย์พอสมควรโปรแกรม CRM (Customer Relationship Management) เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เพราะข้อมูลใน Social อาจจะหายไปได้

เครื่องมือเหล่านี้ จะช่วยให้เรารู้จักลูกค้าได้ดีขึ้นลึกขึ้น เพื่อเชื่อมโยง วิเคราะห์ และพยากรณ์ว่า อะไรบ้างที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

4. จัดการลูกค้าให้อยู่หมัด

“การหาลูกค้าว่ายากแล้ว การรักษาลูกค้าเอาไว้กลับยากยิ่งกว่า” เพราะการรักษาลูกค้าให้อยู่กับเรานาน ๆ แม้จะเป็นต้นทุนที่สูงแต่ก็เป็นความคุ้มค่า ธุรกิจห้องแถวและ SME จึงควรให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์ประเภท CRM (Customer Relationship Management) ซึ่งปัจจุบันผู้พัฒนาได้นำเสนอบริการแบบ On Cloud ที่สามารถเลือกใช้ได้แบบ On Demand จึงสะดวกอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการหน้าใหม่

แม้จะดูเหมือนไม่จำเป็นในระยะแรก แต่เมื่อธุรกิจผ่านช่วง 2 ปีไปได้ น้อง ๆ จะเริ่มเหน็ดเหนื่อยกับการหาลูกค้าหน้าใหม่ตลอดเวลา แล้วจะคิดถึงระบบ CRM พร้อมกับนั่งเขกหัวตัวเองว่า ทำไมไม่เริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าตั้งแต่วันนั้น…

 5. ให้ระบบอัตโนมัติช่วยทำงานแทนคุณ

เชื่อไหมว่าธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ใช้เวลาถึง  1 ใน 3 สำหรับการพูดคุยและตอบแช็ตลูกค้า และนั่นทำให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายคนรู้สึกเหนื่อยหน่ายและท้อแท้ แทนที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการคิดสร้างสรรค์ธุรกิจให้เติบโต หลายธุรกิจลงทุนจ้างพนักงานหลายคนเพื่อคอยตอบคำถามเดิม ๆ ที่ลูกค้าถามอยู่ประจำเช่น บริการเป็นอย่างไร คิดค่าขนส่งเท่าไร ส่งสินค้ากี่วันจะได้รับ ซึ่งส่วนนี้ระบบ FAQ และระบบ Auto Respond ช่วยลดภาระให้กับธุรกิจได้

การทำธุรกิจบนโลกดิจิทัลในปัจจุบัน มีเครื่องมืออัตโนมัติมากมายที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ช่วยลดเวลาในการทำงานลงได้มาก ทำให้พนักงานเพียง 1-2 คนก็สามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้ราบรื่นได้ การเลือกใช้ดิจิทัลอย่างเหมาะสม ทำให้ธุรกิจของน้อง ๆ เป็น “ปลาเร็ว” ที่กิน “ปลาช้า” ได้ไม่ยาก

No more articles